ข่าว สยามชัยหาดทรายขาวแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง

สยามชัยหาดทรายขาว ทะเลน้ำจืดนครปฐม จัดแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีข้อพิพาทปมที่ดิน ระหว่างผู้บริหารใหญ่นายวุฒิชัย บุสดี (บอส) ผู้ก่อตั้งสยามชัยหาดทรายขาว กับนายสายเชีย วงศ์วิโรจน์ นักแสดง-โฆษณา “จน เครียด กินเหล้า”
จากกรณีที่มีข่าวนายสายเชีย วงศ์วิโรจน์ นักแสดง-โฆษณา “จน เครียด กินเหล้า” พร้อมด้วยทนายอั๋น ได้ออกมาให้ข่าวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ หาดทรายขาว แลนด์มาร์คหนึ่งเดียวในจังหวัดนครปฐม โดยบอกว่าเป็นเพียงคนช่วยโปรโมท หรือ เป็นเพียงพรีเซ็นเตอร์ให้เท่านั้น ไม่ใช่เจ้าของที่ดินกว่า 100 ไร่ พร้อมรับเงินเดือนจำนวน 15,000 บาท ต่อมาพบข้อมูลว่า นายสายเชียฯ ยังมีชื่อในโฉนดที่ดินบางแปลง ของโครงการร่วมกับบุคคลอื่น ๆ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น ล่าสุดวันนี้ที่ห้องประชุมร้านอาหารสามชัย สยามชัยหาดทรายขาว ม.5 ต.ท่าพยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ทางผู้บริหารโครงการ ประกอบด้วย นายกมลยุทธ บุสดี (ทนายความ) นายบุญชนะ บุสดี (พี่ชายคนโต) นายวุฒิชัย บุสดี (บอสหาดทรายขาว) พร้อมด้วยมารดา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เนื่องจากข้อมูลที่นักแสดงนายสายเชียฯ ออกข่าวไปก่อนหน้านี้มีบางส่วนที่คลาดเคลื่อนจากความจริง โดยนายวุฒิชัย บุสดี ผู้บริหารโครงการสยามชัยหาดทรายขาว เปิดเผยว่าตนเองได้เริ่มทำธุรกิจที่ดินมาตั้งแต่ปี 2539 ในฐานะนายหน้า จนกระทั่งปี 2540 ได้เริ่มซื้อขายที่ดินเอง โดยปักหลักเริ่มต้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จนได้รับความไว้วางใจจากนักลงทุน ต่อมาได้ชักชวนนายบุญชนะ บุสดี ให้เข้ามาร่วมแก้ปัญหาที่ดิน ซึ่งนายบุญชนะฯ มีความสนิทสนมกับกลุ่มศิลปิน จึงได้แนะนำให้รู้จักกับนายสายเชียฯ โดยช่วงแรกนายสายเชียฯ เป็นฝ่ายเข้ามาขอทำงานด้วย จนนายบุญชนะฯ ตกลงจึงได้มีการทำสัญญาจ้างงานกันอย่างถูกต้อง ส่วนหน้าที่ของนายสายเชียฯ เป็นหนึ่งในพนักงานของโครงการ มีหน้าที่พาลูกค้าไปชี้แปลงและดูตำแหน่งที่ดินร่วมกับทีมขายคนอื่น ๆ ไม่ใช่เป็นเพียงพรีเซ็นเตอร์ตามที่กล่าวอ้าง และนอกจากเงินเดือนประจำแล้ว ยังมีค่าตอบแทนพิเศษให้อีกสัญญาละ 5,000 บาท โดยจ่ายให้ ณ ที่สำนักงานที่ดินเป็นค่าแนะนำ ส่วนการพัฒนาที่ดินในโครงการหาดทรายขาวนั้น ยืนยันว่านายสายเชียฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุน เพราะในขณะนั้นเจ้าตัวยังทำงานเป็นพนักงานที่ดินอยู่ที่บางปะกง
ส่วนประเด็นเรื่องชื่อของนายสายเชียฯ ที่ปรากฏอยู่ในโฉนดที่ดินนั้น นายวุฒิชัยฯ ชี้แจงว่าเป็นข้อตกลงในการรับโอนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ โดยบุคคลที่แบกรับภาระหนี้สินทั้งหมดคือตนเอง โดยหนี้ดังกล่าวเป็นหลักทรัพย์ที่ตนให้นายสายเชียฯ ถือแทนในฐานะผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ จึงเป็นการถือครองที่ดินในฐานะตัวแทนของผู้บริหารโครงการเท่านั้น ซึ่งพนักงานคนอื่น ๆ ในโครงการก็มีชื่อถือแทนในลักษณะนี้เช่นกัน ส่วนเรื่องรถยนต์ที่นายสายเชียฯ นำไปใช้นั้นทางโครงการได้จัดหาให้ตามที่ขอเพื่อใช้ทำงาน โดยให้ผ่อนชำระค่างวด แต่ตัดวงเงินผ่อนในนามชื่อของเขา นอกจากนี้ผู้บริหารโครงการยังปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า อาศัยชื่อเสียงของนายสายเชียฯ ในการขายที่ดิน ยันยันว่าตนเองขายที่ดินและรู้จักกับชาวบ้านในพื้นที่มาก่อนที่จะรู้จักนายสายเชียฯ ส่วนกรณีที่นายสายเชียฯ นำเรื่องที่ดินโครงการหาดทรายขาวไปนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ เป็นการจัดการเองโดยไม่ได้แจ้งให้ทางโครงการทราบล่วงหน้าซึ่งในความเป็นจริง ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาที่นี่เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นศูนย์เรียนรู้ ผมพูดได้ว่าโครงการหาดทรายขาวนี้เองที่ทำให้นายสายเชียฯ เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย จนสามารถนำชื่อเสียงไปต่อยอดทำธุรกิจส่วนตัวได้ ทั้งนี้นายวุฒิชัยฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกันมา ทางโครงการได้ดูแลเป็นอย่างดี และมีที่พักให้ พร้อมทั้งสนับสนุนงบเอ็นเตอร์เทนให้อีกเดือนละ 35,000 บาท แต่ในเวลาต่อมานายสายเชียฯ ได้ทำผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับผิด จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นายสายเชียฯ ไม่ได้เข้ามาทำงานหรือเดินทางมาที่หาดทรายขาวอีกเลยเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว
ผู้สื่อข่าว นายพิสิษฐ์ ปานวณิชยกิจ (27 พ.ค.69)
น.ส.ศิวาพร ศรีศิวานุวัฒน์ (จ.นครปฐม)













