เทศบาลเมืองกระบี่สืบสานส่งเสริมประวัติศาสตร์ศิลปะวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่นตามความเชื่อและศรัทธาบวงสรวงองค์พ่อจตุคามรามเทพขอพรให้บริหารงานราบรื่นชาวกระบี่ปลอดภัยอยู่ดีกินดีมีสุข


เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.00 นาฬิกา ที่บริเวณสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ ถนนมหาราช เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายอิทธิชัยตันบุตร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองกระบี่ พร้อมด้วยนางสาวอุไร อุ่นทอง รองปลัดรักษาราชการแทนปลัดเทศบาลเมืองกระบี่ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองกระบี่ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ผู้นำจาก 14 ชุชน และประชาชน ร่วมประกอบพิธีทางศษสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ และพราหมณ์ บวงสรวงสักการะบูชารำลึกและขอพร ศาลเจ้าพ่อโต๊ะอดัม และองค์พ่อจตุคามรามเทพรุ่นสองคาบสมุทร ซึ่งสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ ได้จัดสร้างเทวสถานดังกล่าวขึ้นเมื่อปี 2550 มาประดิษฐานไว้ที่หน้าสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ เพื่อเป็นการสืบสานฟื้นฟูอนุรักษ์และส่งเสริมประวัติศาสตร์ รวมถึงศิลปะวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวภาคใต้ ตามความเชื่อและความศรัทธาซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองกระบี่ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกระบี่ และจังหวัดใกล้เคียงรวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่มีความศรัทธาเคารพนับถือได้มาสักการบูชาและขอพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตทั้งตัวเองครอบครัวเพื่อนฝูง บ้านเมืองและประเทศชาติ


โดยสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ จัดพิธีดังกล่าวขึ้นมาเป็นปีที่ 18 ตรงกับวันที่ 28 พฤษภาคมของทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชาวจังหวัดกระบี่ ให้การบริหารราชการของสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน และเพื่อให้พี่น้องประชาชนชนชาวจังหวัดกระบี่และประชาชนทั่วไป รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติมีความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต ทั้งประกอบอาชีพที่สุจริตมีรายได้และมีความอยู่ดีกินดีและมีความสุข เพื่อให้ผู้ที่เคารพนับถือองค์พ่อจตุคามรามเทพ ได้ร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่า ทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ประวัติศาสตร์อีกทางหนึ่งด้วย
ส่วนความเป็นมาขององค์พ่อจตุคามรามเทพ คือเทพผู้รักษาวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีสององค์คือท้าวขัตตุคามและท้าวรามเทพ ในความเชื่อของศาสนาพราหมณ์เป็นเทพชั้นสูง และมีอยู่ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย แต่เมื่อภูมิภาคแถบอุษาคเนย์นี้รับอิทธิพลของพุทธศาสนาเข้ามา ท้าวขัตตุคามและท้าวรามเทพ จึงถูกเปลี่ยนสถานะเป็นเทวดารักษาพระบรมธาตุ และเปลี่ยนชื่อให้เป็นมงคลเป็นท้าวจตุคาม และสถิตอยู่บนที่บานประตูทางขึ้นพระบรมธาตุ เมื่อปี 2530 เมื่อครั้งมีการตั้งดวงเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นใหม่ จึงมีการอัญเชิญองค์พ่อจตุคามรามเทพไปสถิต ณ ที่นั้นเป็นต้นมา เป็นตราประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีรูปพระบรมธาตุอยู่ตรงกลาง
ในคติความเชื่อที่ว่าองค์พ่อจตุคาม คือพระเสื้อเมือง ซึ่งปกครองอาณาเขตหรือบ้านเมือง
ทั้ง 4 ทิศที่มีท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ดูแลอยู่ มีท้าวจตุมหาราช ปกป้องคุ้มครองดูแล พระเสื้อเมืองจึงมีความหมายที่ควรเป็นตำแหน่งๆหนึ่ง เพียงแต่ปราชญ์โบราณของเมืองสมมติขึ้นเป็นท้าวจตุคาม ผู้เป็นใหญ่ใน 4 ทิศ และเชื่อกันว่าเดิมนั้นองค์พ่อจตุคามรามเทพ เป็นกษัตริย์ในสมัยอาณาจักรนครศรีธรรมราช มีพระนามว่า พระเจ้าจันทรภาณุ เป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 2 ของราชวงศ์ศรีธรรมมาโศกราช เชื่อว่ามีพระวรกายเป็นสีเข้ม เป็นกษัตริย์นักรบที่แกร่งกล้า เมื่อสถาปนาอาณาจักรศรีวิชัยได้อย่างมั่นคงแล้ว จึงได้สมัญญานามว่าราชันดำแห่งทะเลใต้ หรือมีอีกราชสมัญญานามหนึ่งว่าพญาพังพกาฬ
และต่อมาสำเร็จวิชาจตุคามศาสตร์ และทรงบำเพ็ญบุญเพื่อสร้างบารมีอธิษฐานจิต เป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อบรรเทาทุกข์แก่มนุษย์ทั้งปวง เชื่อกันว่าจตุคามรามเทพคืออดีตกษัตริย์ศรีวิชัยแล้ว ดังเช่นพระเจ้าวิษณุราชที่ปรากฏในหลักจารึกกรุงศรีวิชัย อยู่ในราวปีพุทธศักราช 1318 ผู้สร้างพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช จะดูขัดแย้งกันเพราะเป็นยุคสมัยที่ห่างจากพระเจ้าจันทรภาณุ ก่อนถึง 400 ปี พระบรมธาตุปรากฏชัดว่ามีสององค์ คือองค์จตุคามกับท้าวรามเทพ แต่ภายหลังได้รวมเป็นองค์จตุคามรามเทพเพียงองค์เดียว มิได้ผิดจากหลักศาสตร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *