กระทรวงกลาโหม เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดชายแดนเหนือ หลังพบสถิติการยึดยาบ้าปีนี้พุ่งกว่า 486 ล้านเม็ด สั่งปรับกลยุทธ์เข้มงวดระบบพัสดุภัณฑ์และรถเช่า ตัดวงจรลำเลียงในระยะต่อไป

พลเรือเอก ณัฏฐพล เดี่ยววานิช รองปลัดกระทรวงกลาโหม ติดตามและประเมินผลการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ห้องประชุมหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ชายแดนภาคเหนือ หรือ นบ.นส.35 กองพันพัฒนาที่ 3 อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น หลังพบว่ายังมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แม้ทางประเทศเพื่อนบ้านจะมีการปราบปรามแหล่งผลิตในรัฐฉานเหนือ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งผลิตหลัก

ขณะที่การนำเข้ายาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นทั้งยาบ้าและไอซ์ โดยกลุ่มขบวนการได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่ง เช่น ใช้เยาวชนและเช่ารถยนต์หรือซื้อรถมือสองขนส่งผ่านเส้นทางรองเพื่อเลี่ยงด่านตรวจ รวมถึงลักลอบส่งผ่านระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์เอกชน ซุกซ่อนในพืชผลการผลิต ดัดแปลงในแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ และสร้างช่องลับในรถขนส่งด้วย สำหรับสถิติการจับกุมในพื้นที่รับผิดชอบของ นบ.นส.35 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 5 มิถุนายน 2569 มีการปะทะกับขบวนการค้ายาเสพติด 55 ครั้ง ยึดยาบ้าได้ 486,476,292 เม็ด เพิ่มขึ้นกว่า 249 ล้านเม็ดจากปีก่อน หรือมากกว่าร้อยละ 100 ยึดไอซ์ได้เกือบ 14,000 กิโลกรัม และจับกุมผู้ต้องหา 242 ราย ทั้งนี้กระทรวงกลาโหมได้ออกประกาศกำหนดท้องที่บางส่วนเป็นเขตควบคุมสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการควบคุมสินค้า เพื่อตัดวงจรการผลิตยาเสพติดอย่างยั่งยืน สำหรับแนวทางดำเนินการต่อไป นบ.นส.35 ได้กำหนดมาตรการเพ่งเล็งระบบขนส่งพัสดุภัณฑ์เอกชนที่ไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตลอดจนเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบรถเช่าและรถมือสองที่ใช้ลำเลียงระยะสั้นบนเส้นทางรอง พร้อมทั้งสกัดกั้นการผ่านเข้าออกของบุคคลและสินค้าตามช่องทางจุดผ่านแดนถาวรต่าง ๆ อย่างเด็ดขาดต่อไป./////// นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เชียงใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *