สกลนคร ป.ป.ช. ภาค 4 จับมือมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร บรรจุหลักสูตรต้านทุจริตศึกษามุ่งสร้างรากฐานสังคมสุจริตในระดับอุดมศึกษาในการประกอบอาชีพ

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 นำโดย นางสาวอรุณี วินทะสมบัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มประสานการป้องกันการทุจริตภาค 4 พร้อมด้วยคณะเจ้าหน้าที่ เข้าพบอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมการป้องกันการทุจริตในสถาบันอุดมศึกษา การวางรากฐานความร่วมมือทางวิชาการ ตลอดจนการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่เยาวชนและคนรุ่นใหม่ การหารือดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงาน ป.ป.ช. กับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการป้องกันการทุจริต สร้างองค์ความรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกสำคัญในการบ่มเพาะพลเมืองคุณภาพ และร่วมสร้างสังคมไทยให้มีความโปร่งใสอย่างยั่งยืน

นางสาวอรุณี วินทะสมบัตร์ กล่าวว่า สำหรับสาระสำคัญของการหารือในครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 ได้นำเสนอกรอบแนวทางความร่วมมือทางวิชาการใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.การบรรจุชุดวิชาเฉพาะทางด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตโดยเสนอให้พิจารณานำชุดวิชา “กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต” หรือ Laws on Prevention and Suppression of Corruption เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้หลักกฎหมาย กระบวนการป้องกันการทุจริต และบทบาทของพลเมืองในการร่วมเฝ้าระวังและต่อต้านการทุจริต 2.การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมดิจิทัลโดยเสนอให้นำหลักสูตร “ต้านทุจริตศึกษา” ในรูปแบบ e-Learning มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการป้องกันการทุจริตได้อย่างสะดวก ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ทั้งนี้ อาจพิจารณานำหลักสูตรดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เป็นกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศึกษา หรือเป็นเงื่อนไขประกอบการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามความเหมาะสมของแต่ละสถาบัน

สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 เห็นว่า การประสานความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดสดลนครครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลการป้องกันการทุจริตไปสู่ภาคการศึกษา โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้แก่เยาวชนและคนรุ่นใหม่ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบและต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมสุจริต และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณธรรม โปร่งใส และยั่งยืนต่อไป สำหรับสาระสำคัญของการหารือในครั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 ได้นำเสนอกรอบแนวทางความร่วมมือทางวิชาการใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1. การบรรจุชุดวิชาเฉพาะทางด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
โดยเสนอให้พิจารณานำชุดวิชา “กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต” หรือ Laws on Prevention and Suppression of Corruption เข้าเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการศึกษาในระดับอุดมศึกษา เพื่อให้นิสิตนักศึกษาได้เรียนรู้หลักกฎหมาย กระบวนการป้องกันการทุจริต และบทบาทของพลเมืองในการร่วมเฝ้าระวังและต่อต้านการทุจริต

  1. การส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมดิจิทัลโดยเสนอให้นำหลักสูตร “ต้านทุจริตศึกษา” ในรูปแบบ e-Learning มาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้เรียน เพื่อเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาเข้าถึงองค์ความรู้ด้านการป้องกันการทุจริตได้อย่างสะดวก ทันสมัย และสอดคล้องกับบริบทการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ทั้งนี้ อาจพิจารณานำหลักสูตรดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เป็นกิจกรรมเตรียมความพร้อมก่อนเข้าศึกษา หรือเป็นเงื่อนไขประกอบการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นตามความเหมาะสมของแต่ละสถาบัน สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 4 เห็นว่า การประสานความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาในพื้นที่จังหวัดสดลนครครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลการป้องกันการทุจริตไปสู่ภาคการศึกษา โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกันทางความคิดให้แก่เยาวชนและคนรุ่นใหม่ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบและต่อเนื่อง อันจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมสุจริต และเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทยให้มีคุณธรรม โปร่งใส และยั่งยืนต่อไป

//////////////////////////// วัฒนะ แก้วก่า/สกลนคร 0819541528

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *