ตื่นตะลึงระดับโลก! สวนนงนุชพัทยาผ่า “มะพร้าวทะเล” พืชหายากเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก เผยภาพภายในผลที่แทบไม่มีใครเคยเห็น พร้อมตอกย้ำความสำเร็จการเป็น อาณาจักรแห่งแหล่งเรียนรู้ด้าพฤกษศาสตร์

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เป็นประธานในการปลอกผลมะพร้าวทะเล (Coco de Mer) จำนวน 12 ลูก พืชหายากระดับโลกที่มีมูลค่าประมาณลูกละ 100,000 บาท รวมมูลค่าที่ปลอกในวันนี้ 1.2ล้านบาทสะท้อนความสำเร็จด้านการอนุรักษ์และขยายพันธุ์พืชหายากของสวนนงนุชพัทยา
ไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ คือการผ่าผลมะพร้าวทะเล เพื่อเปิดให้เห็นเนื้อภายในผล ซึ่งเป็นภาพที่พบเห็นได้ยากมาก เนื่องจากมะพร้าวทะเลเป็นพืชหายากและมีมูลค่าสูง จึงแทบไม่มีโอกาสได้เห็นโครงสร้างภายในผลอย่างใกล้ชิด ถือเป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจด้านพฤกษศาสตร์และการอนุรักษ์พันธุ์พืช
มะพร้าวทะเลเป็นพืชแยกเพศ ต้องมีทั้งต้นตัวผู้และต้นตัวเมียจึงจะติดผลได้ โดยสวนนงนุชพัทยาอาจเป็นสถานที่แห่งเดียวในประเทศไทยที่มีทั้งสองเพศอยู่ร่วมกันจนสามารถผสมเกสรและให้ผลผลิตได้อย่างสมบูรณ์
นายกัมพล กล่าวว่า ในธรรมชาติ มะพร้าวทะเลอาจใช้เวลานานถึง 60 ปีจึงจะให้ผลผลิต แต่ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งการให้น้ำและปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ต้นที่ปลูกในสวนนงนุชพัทยาสามารถให้ผลได้ภายในระยะเวลาประมาณ 20 ปีเศษ
ส่วนผลมะพร้าวทะเลทั้ง 12 ลูกที่นำมาปลอกในครั้งนี้ ใช้เวลาประมาณ 2 ปีในการพัฒนาจนพร้อมงอกเป็นต้นกล้า โดยเมล็ดจะเริ่มสร้างรากก่อนเจริญเติบโตเป็นต้นอ่อนในลำดับต่อไป. สวนนงนุชพัทยามีแผนปลูกต้นกล้ามะพร้าวทะเลที่มีอยู่กว่า 50 ต้นเพิ่มเติมภายในพื้นที่ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งอนุรักษ์และขยายพันธุ์มะพร้าวทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลกในอนาคต.
ปัจจุบันสวนนงนุชพัทยามีมะพร้าวทะเลรวม 90ต้น (ต้นโต 35 ต้น และต้นกล้า 55ต้น) พืชชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะเซเชลส์ ได้รับการบันทึกว่าเป็นพืชที่มีเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก ใช้เวลากว่า 30 ปีจึงออกผลครั้งแรก ผลสุกใช้เวลาราว 7 ปี และสามารถมีอายุยืนยาวได้ถึง 400 ปี.
ทีมข่าว/จ.ชลบุรี/รายงาน


