ตำรวจชายแดนกระบี่ระดมกำลังอพยพประชาชนขนสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมชุมชนเมืองเก่าพัฒนาและรวมใจชน 120 ครัวเรือนด้านผู้ว่าลงพื้นที่ให้กำลังชาวบ้าน



เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เวลา 18.10 นาฬิกา พันตำรวจตรี ณรงค์ อ่อนทอง ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 จังหวัดกระบี่ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านชุมชนเมืองเก่าพัฒนาและชุมชนรวมใจชน บ้านตลาดเก่า เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ว่าเกิดมวลน้ำจากเทือกเขาพนมเบญจา หมู่ที่ 4 บ้านห้วยโต้ ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ ไหลหลากลงลำคลองกระบี่ใหญ่อย่างรวดเร็ว ที่บ้านตลาดเก่า ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ ปริมาณน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนและบ้านเรือนของราษฎรอย่างฉับพลัน จึงได้ประสานงานกับนายอิทธิชัย ตันบุญ นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ นายธีรศักดิ์ ทองมาก หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกระบี่ พันตำรวจโท นิพล บัวทอง สารวัตรจราจรสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกระบี่ นำกำลังเจ้าหน้าที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่มูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา เจ้าหน้าที่กองป้องกันสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองกระบี่ ตำรวจจราจร ศูนย์วิทยุวีอาร์กระบี่ และจิตอาสาพระราชทานเราทำความดีด้วยหัวใจจำนวน 150 นาย ร่วมลงเพื่อที่ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ประสบภัยดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
โดยการขนย้ายสิ่งของประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องนอน ผ้านุ่งห่ม รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ ไปไว้ในที่สูงและที่ปลอดภัย รวมถึงผู้ป่วยติดเตียง เด็ก คนชรา ไปยังศูนย์อำนวยการช่วยเหลือภัยพิบัติน้ำท่วมเทศบาลเมืองกระบี่ ที่โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านตลาดเก่า จำนวน 15 ครัวเรือน รวม 30 คน ผู้ป่วยจำนวน 2 คน และไปยังศูนย์อำนวยการช่วยเหลือภัยพิบัติน้ำท่วมที่ทำการชุมชนรวมใจชน จำนวน 10 ครัว รวม 25 คน รวมถึงนำกระสอบทรายมาปิดกั้นทางเข้าประตูบ้าน โดยมีระดับน้ำท่วมสูงในพื้นที่ 50 – 80 เซนติเมตร ซึ่งบ้านเรือนแต่ละหลังสิ่งของไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด แต่ประชาชนได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อน 120 หลังคาเรือน 600 คน ไม่มีอาหารเย็นรับประทาน ทางสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่จึงตั้งโรงครัวขึ้นที่โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านตลาดเห่า โดยระดมกำลังครูในโรงเรียนมาประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยอย่างทั่วหน้า ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวถูกน้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจาไหลหลากเข้าท่วมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง
ส่วนสาเหตุน้ำไหลท่วมบ้านเรือนของประชาชนในชุมชนเมืองเก่าพัฒนาและชุมชนรวมใจชน บ้านตลาดเก่า เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 01.00 นาฬิกา ของวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จนถึงเวลา 10.00 นาฬิกา ได้เกิดฝนตกลงอย่างหนักและต่อเนื่อง รวมถึงปริมาณน้ำป่าที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ ในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านห้วยโต้ หมู่ที่ 5 บ้านทับปริก หมู่ที่ 6 บ้านคลองใหญ่ หมู่ที่ 7 บ้านวังหิน และหมู่ที่ 8 บ้านท่าคลอง ตำบลทับปริก อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ไหลมาบรรจบที่ลำคลองกระบี่ใหญ่ บ้านหนองน้ำแดง บ้านตลาดเก่า เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ประกอบกับน้ำทะเลจากปากแม่น้ำกระบี่หนุนสูงเข้ามายังคลองกระบี่ ทำให้ปริมาณมวลทั้ง 2 สายไหลมาบรรจบกัน ทำให้มวลน้ำไหลลงคลองกระบี่ไม่ได้จึงไหลเข้าท่วมถนนและชุมชนดังกล่าวอย่างฉับพลัน จนกระทั้งเวลาผ่านไป 5 ชั่วโมง ระดับน้ำทะเลที่หนุนเริ่มลดลงทำให้น้ำที่ท่วมบ้านเรือนของประชาชนลดลงตามไปด้วย ทำให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ
ในวันเดียวกันเวลา 20.30 นาฬิกา ด้านนายอังกูร ศรรีราเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ พร้อมด้วยคณะ ได้ลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียนถามทุกข์สุขและให้กำลังใจกับประชาชนที่ถูกน้ำท่วมตามบ้านเรือนแต่ละหลัง รวมถึงราษฎรที่อพยพไปหลับนอนที่ศูนย์อำนวยการช่วยเหลือภัยพิบัติน้ำท่วมเทศบาลเมืองกระบี่ ที่โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านตลาดเก่า ทั้งให้กำลังใจเหล่าบรรดาข้าราชการสำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ และข้าราชการครูโรงเรียนดังกล่าวที่ตั้งโรงครัวในครั้งนี้ด้วย ตลอดจนให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือราษฎรตามบ้านเรือนต่างๆอีกด้วย พร้อมทั้งกำชับให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประจำอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังและสังเกตระดับน้ำป่าจากเทือกเขาพนมเบญจา และระดับน้ำทะเลขึ้นลงตลอดจนถึงรุ่งเช้า ซึ่งตคาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาปัญหาน้ำท่วมก็จะเกิดขึ้นอีก ด้านของการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ได้กำชับให้ทางนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ เร่งช่วยเหลือเยียยาอย่างเร่งด่วนอย่าให้มีการร้องเรียนเกิดขึ้น และให้ประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ปราสบภัยให้ครบทุกหลังคาเรือนและทุกคน เปิดศูนย์รับเรื่องราวควสามเสียหายของประชาชน และออกสำรวจความเสียหายของประชาชนจากเหตุการครั้งนี้อีกด้วย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *