รับฟังข้อเสนอเอกชน เร่งยกระดับท่าอากาศยานหัวหิน ดันเปิดเส้นทางบินต่างประเทศ พลิกเศรษฐกิจท่องเที่ยว

เวลา 16.00 น. วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท วานา นาวา หัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA), นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมในพื้นที่หัวหิน–ชะอำ ภายในกิจกรรม Market Insights and Customer Insights Workshop เพื่อจัดทำข้อมูลและกำหนดทิศทางการยกระดับ ท่าอากาศยานหัวหิน สู่การเป็นสนามบินนานาชาติ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต
การประชุมครั้งนี้มี นายไพรัช พรพัฒนนางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เป็นผู้ดำเนินการระดมความคิดเห็น โดยแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 4 กลุ่ม เพื่อร่วมเสนอแนวทางและความต้องการด้านเส้นทางบินระหว่างประเทศ หลังโครงการพัฒนาท่าอากาศยานหัวหินแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569
ผลการระดมความคิดเห็นพบว่า ผู้ประกอบการเสนอให้เปิดเส้นทางบินจาก ไทเป ประเทศไต้หวัน, เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน, สิงคโปร์ และ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากเป็นตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีศักยภาพสูง และสามารถเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นเข้าสู่หัวหินได้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยวของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และพื้นที่ภาคใต้ตอนบน
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะนำข้อเสนอและความต้องการของผู้ประกอบการทั้งหมดไปประกอบการกำหนดนโยบายและแผนส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดให้บริการท่าอากาศยานหัวหินในอนาคต
ด้านนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมผลักดันข้อเสนอจากทุกภาคส่วน โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสายการบินต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้เกิดเที่ยวบินระหว่างประเทศมายังหัวหิน เพราะหัวหินมีศักยภาพเป็นประตูสู่ภาคใต้ และสามารถยกระดับสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ สร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน.


