สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ประกาศ “จังหวัดศรีสะเกษ” คว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52


…………………………………

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศผลการคัดเลือก เจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ในงาน FA Thailand Awards 2025/26 ผลปรากฎว่าสิทธิ์ตกเป็นของ จังหวัดศรีสะเกษ ณ สนามกีฬาเกาะกลางน้ำ การกีฬาแห่งประเทศไทย (เกาะกลางน้ำ สเตเดียม) ความจุ 12,000 ที่นั่ง จากการพิจารณาของคณะกรรมการที่ สมาคมฯ ตั้งขึ้น

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานถ้วยรางวัล “คิงส์คัพ” สำหรับการแข่งขันฯ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัล “คิงส์ คัพ” ในการแข่งขันฯ ครั้งที่ 48 ประจำปี 2565 เป็นต้นมา โดยปัจจุบันจึงนับว่าถ้วยพระราชทานนี้มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย

โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ และ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ, อนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, ฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ และ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และ ชนินทร์ คุ้มใหญ่โต ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ให้เกียรติรับมอบสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 52 ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน 2569 เป็นการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ 4 ทีม แข่งขันทีมละ 2 นัด ในรูปแบบน็อคเอาท์ รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ โดยทุกนัดจะเป็นการแข่งขันในระดับ International ‘A’ Match นำผลการแข่งขันไปคำนวณในการจัดฟีฟ่าแรงกิ้ง

การแข่งขันครั้งนี้ มี 4 ชาติ เข้าร่วม ประกอบด้วย ทีมชาติไทย อันดับ 94 ของโลก, ทีมชาติโอมาน อันดับ 79 ของโลก , ทีมชาติบาห์เรน อันดับ 92 ของโลก และ ทีมชาติทาจิกิสถาน อันดับ 101 ของโลก ส่วนประกบคู่แข่งขัน จะมีการจับสลากเพื่อแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

สำหรับ จังหวัดศรีสะเกษ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้สิทธ์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยก่อนหน้านี้ เคยมีประสบการณ์จัดการแข่งขันฟุตบอล Internation Match ที่ทีมชาติไทย เฉือนชนะ เติร์กเมนิสถาน 1-0 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 และถือเป็นการกระจายกระแสฟุตบอลสู่แฟนบอลในจังหวัดต่างๆของประเทศไทยให้เกิดความนิยมมากขึ้น เช่นเดียวนโยบายของสมาคมฯ ที่ต้องการยกระดับ ปรับปรุง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สนามแข่งขัน สนามซ้อม ให้กับสนามกีฬาจังหวัด ซึ่งส่งผลต่ออนาคตที่ประเทศไทยจะมีสนามที่ได้มาตรฐานนานาชาติ ตามที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ระบุไว้มากขึ้น

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *