รวบโจรสาวตระเวนลักทรัพย์ข้ามจังหวัด ก่อเหตุ 2 คดีซ้อน ยึดของกลางคืนผู้เสียหาย พบประวัติโซกโซน

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กำชับให้ จนท.ตร.ทุกนาย ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ทั้งด้านการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ส่งเสริมการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ที่ดีของจังหวัดเชียงใหม่
สภ.เมืองเชียงใหม่ โดย พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์รายสำคัญได้ 1 ราย หลังสืบสวนเชื่อมโยงเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ 2 คดี พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินของกลางคืนผู้เสียหายได้บางส่วน
คดีแรก ผู้เสียหายเข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 หลังถูกลักสร้อยข้อมือเงินแท้ลายเลสมูลค่า 33,000 บาท ภายในตลาดถนนคนเดินท่าแพ โซน 3 ถนนราชดำเนิน ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569
คดีที่สอง ผู้เสียหายแจ้งความเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 กรณีคนร้ายลักเครื่องประดับเงินแท้จากร้านจำหน่ายเครื่องประดับในตลาดอนุสาร ประกอบด้วยสร้อยคอเงิน 10 เส้น สร้อยข้อมือเงิน 3 เส้น และกำไลเงิน 2 วง รวมมูลค่าประมาณ 39,000 บาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569
ภายหลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดและแกะรอยเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พบว่าผู้ก่อเหตุใช้รถยนต์รับจ้างผ่านแอปพลิเคชันและชำระค่าโดยสารเป็นเงินสดทุกครั้ง อีกทั้งก่อนก่อเหตุยังใช้สิทธิ์สมาชิกของร้านอาหารแห่งหนึ่งในศูนย์การค้าชื่อดัง โดยใช้ชื่อของบุคคลอื่น
จากการสืบสวนยังพบว่า หลังลงมือก่อเหตุ ผู้ต้องหาใช้ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลอื่นในการซื้อตั๋วรถโดยสารเดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังกรุงเทพมหานคร และตรวจสอบย้อนหลังพบว่ามีการใช้ข้อมูลดังกล่าวเดินทางไปหลายจังหวัดในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 เพื่ออำพรางตัว
เจ้าหน้าที่จึงขยายผลจนทราบว่าผู้ต้องหาเข้าพักที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ก่อนประสานตำรวจ สภ.ทุ่งเบญจา เข้าตรวจสอบและจับกุมตัวได้ พร้อมตรวจค้นห้องพัก พบสร้อยข้อมือเงินแท้ลายเลสของผู้เสียหายจากคดีถนนคนเดินท่าแพ และพบบัตรประจำตัวประชาชนของบุคคลที่ถูกนำชื่อไปแอบอ้าง
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาคือ น.ส.จินดา อายุ 51 ปี ซึ่งใช้ชื่อของบุคคลอื่นในการแฝงตัวและหลบหนีการติดตามของเจ้าหน้าที่ การตรวจสอบประวัติพบว่า ผู้ต้องหาเคยต้องโทษในคดีลักทรัพย์และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ก่อนพ้นโทษเมื่อปี 2568 นอกจากนี้ยังเคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์ทรัพย์สินมีค่ามูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อปี 2556
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา “ลักทรัพย์โดยแปลงตัวหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม” ซึ่งศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งเบญจา จังหวัดจันทบุรี เข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งติดตามทรัพย์สินส่วนที่เหลือคืนให้ผู้เสียหายต่อไป
### นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เชียงใหม่


