สารวัตรกำนันปล้ำจับหนุ่มเสพคลั่งพังบ้านปาอิฐใส่รถพ่อต้องช่วยจับมัดแขนขาลูกชายจนสิ้นฤทธิ์

เมื่อเวลา 13.20 น.วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ศูนย์วิทยุร่วมโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุลูกชายคุ้มคลั่งอาละวาด ทุบทำลายข้าวของในบ้าน กำลังถืออาวุธท้าต่อยกับพ่ออยู่หน้าบ้าน เหตุเกิดที่ บ้านเลขที่ 83 บ.โก่ย ม.2 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบรรทึกภาพขณะลูกชายขว้างก้อนอิฐใส่รถกระบะที่จอดอยู่ข้างบ้าน หลังรับแจ้งเหตุ นายนัฐวุฒิ โคกยะสุพรม กำนัน ต.หนองนาคำ นางวัณวัสสา ธานีกุล ผญบ.บ้านโก่ย นายยงยุทธ หาสอดส่อง สารวัตรกำนัน ต.หนองนาคำ รุดไปตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไปถึงพบกับนายมนต์ณัฐ ขอสงวนนามสกุล อายุ 63 ปี เจ้าของบ้าน ให้ข้อมูลว่า คนที่ก่อเหตุเป็นลูกชายคนโตชื่อนายอี้ นามสมมติ อายุ 34 ปี หลังจากอาละวาดแล้วได้หลบหนีไป โดยมี น.ส.เจน นามสมมติ อายุ 30 ปี น้องสาวนายอี้ นำชี้จุดที่นายอี้ขว้างปาอิฐใส่รถกระบะที่จอดอยู่ข้างบ้าน พบว่าก้อนอิฐถูกกระจังหน้ารถจนเป็นรอยถลอกเสียหาย แล้วพาไปชี้จุดที่นายอี้อาละวาดภายในบ้าน พบว่าพัดลมถูกถีบจนล้ม ประตูห้องถูกทุบจนเป็นรอย และมีเศษกระจกตู้แตกเสียหาย

ต่อมาหลังจาก จนท.ฝ่ายปกครองบางส่วนได้กลับไปไม่นาน นายอี้ได้ขับขี่รถ จยย.ของเพื่อนกลับมาบ้านเพื่อขอเงินพ่อและแม่อีกครั้ง สารวัตรกำนัน จึงย้อนกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อนายอี้เห็นก็เริ่มส่งเสียงเอะอะโวยวาย สารวัตรกำนันพยายามเกลี้ยกล่อมให้นั่งอย่างสงบ แต่นายอี้ขัดขืน จนเกิดการปล้ำสู้กัน เมื่อนายมนต์ณัฐฯ ผู้เป็นพ่อจะเข้าไปช่วยจับ นายอี้ได้ชี้หน้าขู่อาฆาตพ่ออย่างไม่เกรงกลัว กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก็สามารถจับตัวนายอี้กดลงพื้น และนำเชือกมัดขาและแขนเอาไว้อย่างทุลักทุเล

ต่อมา ร.ต.อ.ถิรโยธิน ทรัพย์สินธ์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้นำกำลังสายตรวจ 191 มาควบคุมตัวนายอี้ นำตัวไปทำการสอบสวนที่ สภ.เมืองอุดรธานี จากการสอบสวนนายอี้ ให้การรับสารภาพว่า “ตนขอเงินแม่เมื่อเช้า 100 บาท แล้วก็ออกไปหาเพื่อน เที่ยงก็กลับมาขอน้องสาวอีก 100 บาท เพื่อจะเอาไปตัดผม ตนไม่ได้เอาซื้อยา จะเอาไปตัดผมจริงๆ ส่วนที่ต่อสู้กับ จนท.เพราะเขาพูดไม่ดีกับตน เขามากอดตนไว้ จนเจ็บหน้าท้องไปหมด ก็ต้องดิ้นหนีตายเป็นธรรมดา ส่วนยาบ้าวันนี้ไม่ได้เสพ เสพล่าสุด 5 วันที่แล้ว 1 เม็ด”

นายมนต์ณัฐฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าลูกชายมาขอเงินไป 100 บาท ช่วงบ่ายก็มาขออีก 100 บาท เขาอ้างว่าจะเอาไปซื้อบุหรี่ ตนก็บอกให้ใจเย็นก่อน ตอนนี้ยังไม่มี เดี๋ยวจะหามาให้ แต่ลูกชายก็ไม่ยอม โวยวายจะขอเงินให้ได้ แล้วเขาก็ถีบพัดลม ถีบประตูบ้าน ตอนนั้นลูกชายถือท่อนเหล็กและสนับมือ แล้วด่าทอตนต่างๆนาๆ ตะโกนท้าทายให้ตนออกไปชกต่อยที่หน้าบ้าน ตนก็ได้แต่ใจเย็น เพราะกลัวจะเกิดเหตุรุนแรง หลังจากนั้นลูกชายขว้างอิฐใส่รถกระบะของลูกสาว ตนก็เลยโทรแจ้งตำรวจ เมื่อทีมงานกำนันผู้ใหญ่บ้านมา ลูกก็โวยวายอีก ปล้ำสู้กันอยู่หน้าบ้าน ตนก็เข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ เพราะกลัวว่าลูกจะทำร้ายเขา มันจะเป็นเรื่องใหญ่

“ลูกชายเสพยาจนมีอาการหนักแล้ว เมื่อคืนก็โวยวายทั้งคืน ไม่หลับไม่นอน ทุบทีวี ทุบตู้กับข้าว อยากให้ตำรวจจับไปดำเนินคดี เพราะที่บ้านมีลูกหลานอยู่หลานคน เมียตนหรือแม่เขาก็ป่วยหลายโรค กลัวว่าสักวันลูกชายจะคลุ้มคลั่งจนลงมือฆ่าญาติพี่น้อง ฆ่าพ่อแม่หรือลูกหลานเหมือนในข่าว หนักใจและทุกข์ใจอย่างมาก ไม่รู้ว่าจะทำยังไง หวาดกลัวและระแวงอยู่ทุกวันกับพฤติกรรมของลูกชายคนนี้ ตนมีลูก 2 คน เขาเป็นลูกคนโต แต่ทำตัวเกเร ไม่ทำมาหากินอะไร ทุกอย่างเลวร้ายลงเพราะเขาติดยาเสพติด”

น.ส.เจน กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุพี่ชายมาขอเงินพ่อ 200 บาท อ้างว่าจะเอาไปตัดผม แต่พ่อบอกว่ารอก่อน เพราะยังไม่มีเงิน แต่พี่ชายก็ไม่ฟังเอะอะโวยวาย ทุบทำลายข้าวของ กระโดดถีบประตูบ้าน แล้วก็เอาก้อนอิฐมาปาใส่รถกระบะที่ของสามีตนที่จอดอยู่ข้างบ้าน ตอนนี้สามีไปทำงานที่ต่างประเทศ พี่ชายโวยวายไม่ยอม จะขอเงินไปให้ได้ พวกตนกลัวว่าจะรุนแรงมากกว่านี้ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ

“พี่ชายติดยา มีเมีย ลูกเขาก็ 3 ขวบ แต่เขาไม่ทำงานอะไร เอาแต่ขอเงินคนในบ้าน ขอเงินพ่อ เมื่อไม่ได้ก็โวยวาย พังข้าวของ ล่าสุดเมียเขาได้พาลูกกลับไปบ้านที่ จ.บึงกาฬแล้ว ที่เขามีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะติดเสพยาบ้าอย่างหนัก ขอเงินไม่ได้ก็จะอาละวาดแบบนี้ประจำ ล่าสุดเมื่อคืนนี้ขอเงินพ่อไม่ได้ก็ทุบทำลายของบนชั้นสอง พวกตนจะเอาเรื่องถึงที่สุด เพราะข้าวของเสียหาย อยากให้ตำรวจจับไปให้เร็วที่สุด เพราะที่บ้านหวาดกลัวมาก ตนเองก็มีลูกเล็ก 2 คน กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน”

นางวัณวัสสา กล่าวว่า ต้นปีที่ผ่านมาเคยนำตัวนายอี้ไปบำบัดรักษามาแล้ว นาน 14 วัน เมื่อกลับมาแล้วก็ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ยังหวนกลับไปเสพยาเสพติดเหมือนเดิม ญาติพี่น้องเขามาแจ้งให้มารับงับเหตุเขาอาละวาดโวยวายอยู่เรื่อยๆ ครั้งนี้ก็จะเอาตัวไปบำบัดอีก ก็หวังว่าจะมีอาการดีขึ้น หากไม่เอาตัวไปก็จะโวยวายแบบนี้ อาจจะเกิดเหตุรุนแรงได้ ส่วนเรื่องทุบทำลายข้าวของ ก็แนะนำให้ทางครอบครัวไปแจ้งความกับตำรวจอีกครั้ง

หลังจากนั้น จนท.ตำรวจได้ทำการตรวจปัสสาวะนายอี้หาสารเสพติด พบว่ามีผลเป็นบวกหรือฉี่ม่วง จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา เสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย ,ทำให้เสียทรัพย์ และกรรโชกทรัพย์ ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *