อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่จับนกต่อขบวนการค้ายานรกสองแสนเม็ดบนถนนหลวงหนีไม่รอด

15 กรกฏาคม 2569 จากการสืบทราบจากการข่าวพิเศษกองกำลังผาเมืองว่ามีการส่งยาบ้าในพื้นที่ถนนโชตนา อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ทุกหน่วยงานร่วมบูรณาการเพื่อวางแผนปราบปราม ตามนโยบายรัฐบาล และ พล.ท.วรเทพ บุญยะ(แม่ทัพภาคที่ 3) ผบ.นบ.ยส.35 พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ รอง ผบ.นบ.ยส.35 พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.สันติภาพ โชติภัทร์ ผกก.สภ.ไชยปราการ พ.ท.พงษ์เทพ เปงเฟย หัวหน้ากองบังคับการสกัดกั้นที่ 1 และพ.ต.ท.เอกชัย ทาชมภู สวป.สภ.ไชยปราการ ฯ พร้อมพวกประกอบด้วย พ.ต.ต.นิพนธ์ กาศเกษม สว.สส.ฯสว.สส.สภ.ไชยปราการ จ.ส.ต.วสันต์ บุญมาชัย ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการสกัดกั้นที่ 1 นบ.ยศ.35 ได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหา 2 คน นาย ธีรภาพ เนติวิทย์ อายุ 54 ปี ที่อยู่ 69/2 หมู่ 1 ต.เวียง อ.เวียงป่าเป่า จ.เชียงใหม่ และนางสาว มาลินี คุ้มวงสิริพันธ์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ 27 ม.11 ต.ศรีถ้อย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ซึ่งมาอาศัยอยู่ที่บ้านปางมะขามป้อม ตำบลศรีดงเย็น อำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ได้ถูกจับกุม บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 113 หมู่14 ของกลาง 1.เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า ชนิดเม็ด สีส้ม บรรจุรวมกันในถุงกระสอบ จำนวน1ถุง ตรวจนับได้ประมาณ 200,000 เม็ด 2.อาวุธปืน ขนาด 11 มม.1กระบอกพร้อมด้วย เครื่องกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 6 นัด 3.รถจักยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่าฟิน สี เทา – ดำ หมาเลขทะเบียน 2 กศ 1840 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน จากการสอบสวนทราบว่ายาบ้าดังกล่าวจะส่งไปให้นายทุนที่จังหวัดตากและผู้ต้องหาได้รับค่าจ้าง50,000 บาท โดยยาบ้ามาจากอำเภอเชียงดาว เอามาทิ้งไว้ที่หลัก กิโลเมตรที่ 113 และให้ผู้ต้องหาไปรับแต่พอไปรับของก็มีเจ้าหน้าที่มาคอยแล้วจึงถูกจับและรับสารภาพ ชุดปฏิบัติงานร่วมแจ้งข้อกล่าวว่า ร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยทำให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน และเป็นผลต่อความมั่นคงของประเทศ และแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธีรภาพฯ เพิ่มเติมว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมายและพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร และไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว แจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก น.ส.มาลินีฯ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรไชยปราการ เพื่อขยายผลดำเนินตามกฏหมายแล้ว

