นครนายก : จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569

ที่วัดอุดมธานี (พระอารามหลวง) อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 เพื่อร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จแม่แห่งแผ่นดิน ผู้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยตลอดมา ในการนี้นายธนวัฒน์ ปิ่นแก้ว ร้อยตำรวจตรีสัณฐิติ ธรรมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ และประชาชนชาวนครนายก เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พุทธศักราช 2475 โดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระนามว่า “สิริกิติ์” ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้เป็นศรีแห่งกิติยากร” ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระองค์ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่พสกนิกร โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย การส่งเสริมงานหัตถศิลป์พื้นบ้าน ตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงพระราชทานความช่วยเหลือแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและผู้ประสบภัย พระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริม “งานศิลปาชีพ” นับเป็นพระราชกรณียกิจที่เป็นที่ประจักษ์ โดยทรงส่งเสริมให้ราษฎรในชนบทมีอาชีพและรายได้เสริมจากงานหัตถกรรมพื้นบ้าน ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมไทย จนเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์งานฝีมือที่มีคุณค่าและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ 12 สิงหาคมของทุกปี นอกจากจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้ว ยังเป็น “วันแม่แห่งชาติ” ซึ่งกำหนดขึ้นตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ เพื่อเป็นวันสำคัญในการแสดงความรัก ความกตัญญู และรำลึกถึงพระคุณของแม่ ตลอดจนเชิดชูบทบาทของแม่ผู้เป็นกำลังสำคัญในการอบรมเลี้ยงดูบุตรและสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง เพราะ “สถาบันครอบครัว” คือ สถาบันแรกที่จะหล่อหลอมความคิด จิตใจ สร้างคนให้มีคุณภาพ เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่
นพพร ชูทรัพย์
จ.นครนายก















