จัดงานวันพะยูนแห่งชาติหัวข้อรักษ์พะยูนรักษ์ทะเลกระบี่ปลูกจิตสำนึกเยาวชนประชาชนนักท่องเที่ยวตระหนักสัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์ช่วยกันจำจัดขยะพลาสติก

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 นาฬิกา ที่ลานประติมากรรมปูดำริมเขื่อนปากน้ำหน้าเมืองกระบี่ ถนนอุตรกิจ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมงานวันพะยูนแห่งชาติ ภายใต้หัวข้อรักษ์พะยูนรักษ์ทะเลกระบี่ ครั้งที่ 4 ประจำปี 2569 ซึ่งมีนักเรียนจากโรงเรียนอำมาตย์พานิชนุกูล โรงเรียนเมืองกระบี่ และโรงเรียนอิศรานุสรณ์ เข้าร่วมจำนวน 300 คน โดยมีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับพะยูน แหล่งหญ้าทะเล และวิกฤตขยะทะเล นิทรรศการท่องโลกใต้ทะเลเรียนรู้พะยูนด้วยวีอาร์ เปิดประสบการณ์ใหม่กับรถโมบายเคลื่อนที่ประชาสัมพันธ์การอนุรักษ์พะยูนและสัตว์ทะเลใกล้สูญพันธุ์ของจังหวัดกระบี่ การปล่อยพันธุ์ปลากะพง จำนวน 50,000 ตัว การมอบต้นกล้าหญ้าทะเลชนิดหญ้าคาทะเล จำนวน 10,000 กล้า ให้กับแกนนำอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตำบลเกาะลกาง เพื่อนำไปปลูกบริเวณหาดเจ้าอูฐ ตำบลเกาะกลาง อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ และการเก็บขยะใต้ท้องทะเลบริเวณเกาะยาวาซำที่มีระดับน้ำลึก 25 – 27 เมตร ในเนื้อที่ 3 ไร่ โยกกลุ่มนักดำน้ำของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพีจังหวัดกระบี่ กลุ่มนักดำน้ำอาสาสมัครทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดกระบี่ และกลุ่มนักดำน้ำบ้านรักษ์ทะเล รวมจำนวน 50 คน
โอกาสนี้นายวิษณุ แจ้งใจ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ว่า วันพะยูนแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 17 สิงหาคมของทุกปี ถูกกำหนดขึ้นเพื่อรำลึกถึงความสุญเสีย มาเรียมลูกพะยูนกำพร้าที่ปลุกกระแสการอนุรักษ์สัตว์ทะเลในสังคมไทย ตลอดจนเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการอนุรักษ์พะยูนและสัตว์ทะเลหายากอย่างเป็นรูปธรรม พะยูนถือเป็นสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ปัจจุบันจัดเป็นสัตว์ที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยมีอัตราการตายเฉลี่ยสูงถึง 15 ตัวต่อปี จากข้อมูลประชากรพะยูนในประเทศไทยปี 2569 อยู่ในวาวะน่าเป็นห่วงโดยคาดว่าเหลือประชากรพะยูนรวมกันประมาณ 100 – 140 ตัว ซึ่งพื้นที่จังหวัดกระบี่พบพะยูนจำนวน 28 ตัว อย่างไรก็ตามทะเลกระบี่ซึ่งมีแหล่งหญ้าทะเลที่มีความอึดมสมบูรณ์เป็นอันดับ 2 ของประเทศ กำลังเผชิญวิกฤตความเสื่อมโทรมจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนปัญหาขยะพลาสติกและกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้พะยูนต้องย้ายถิ่นฐานและถูกคุกคามอย่างหลีกเลี้ยงไม่ได้ ด้วยความตระหนักถึงวิกฤตการดังกล้าว สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 จึงร่วมกับจังหวัดกระบี่ และภาคีเครือข่ายจัดงานวันพะยูนแห่งชาติ ภายใต้หัวข้อรักษ์พะยูนรักษ์ทะเลกระบี่


นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้เพื่อรณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากโดยเฉพาะอย่างยิ่งพะยูน เพื่อเป๋นการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกในทะเลตั้งแต่ตันทาง เพื่อเป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้และความเข้าใจทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วม ในการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลเพื่อให้พะยูนสามารถอยู่คู่กับท้องทะเลกระบี่ได้อย่างยั่งยืน
ทางนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวเปิดการจัดกิจกรรมงานดังกล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์พะยูนในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 มีสถิติที่น่าสะเทือนใจและชวนให้เราทุกคนต้องตระหนักถึงวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ในปี 2567 สำรวจพบประชากรพะยูนสูงถึง 46 ตัว ปี 2569 ปัจจุบันพบพะยูนในพื้นที่กลับลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือเพียง 28 ตัวเท่านั้น ตัวเลขที่หายไปนี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าถึงเวลาแล้ว ที่ทุกภาคส่วนจะต้องเร่งบูรณาการความร่วมมือกันอย่างจริงจัง วิกฤตการณ์นี้เกิดจากหลายความท้าทายทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลบกระทบโดยตรงต่อความเสื่อมโทรมของหญ้าทะเลซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักของพะยูน แลบะนำไปสู่การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ของพะยูน รวมถึงปัญหาสำคัญอย่างขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งเป็นต้นเหตุที่เคยพรากชีวิตพะยูนตัวน้อยมาเรียม ไปจากพวกเรา


นายอังกูร กล่าวอีกว่า เพื่อรับมือกับวิกฤตดังวกล่าวจังหวัดกระบี่ได้พยายามยกระดับและเร่งผลักดันงานด้านการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากในทุกมิติ เราเดินหน้าการจัดการขยะทะเลมุ่งแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทางก่อนขยะจะไหล่ลงสู่ทะเล พร้อมทั้งสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อฟื้นฟูแหล่งหญ้าทะเลทั้งการรณรงค์กำจัดขยะชายฝั่ง โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นเป้าหมายสูงสุดคือการลดอัตราเกยตื้นจากทุกสาเหตุ และฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่ความสมดุล วันพะยูนแห่งชาติ เป็นการตอกย้ำให้ทุกคนร่วมกันอนุรักษ์และดูแลพะยูน ซึ่งเป็นหน้าที่ของชาวจังหวัดกระบี่ทุกคนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงภาคประชาชน เป็นกระบอกเสียงแทนเหล่าพะยูนเพื่อส่งสารว่า เพียงแค่พวกเราหยุดการกระทำใดๆที่จะส่งผลกระทบต่อพะยูนและแหล่งหญ้าทะเล ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมนั่นถือเป็นการช่วยต่อลมหายใจให้พวกเขาแล้ว พะยูนคือสมบัติอันล้ำค่าของชาติไทยเรามีหน้าที่ต้องดูแลรักษาไว้ เพื่อให้ลูกลหานได้มีโอกาสเห็นพะยูนแหวกว่ายอยบ่างมีอิสระในธรรมชาติต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *