ข่าว…ผู้ว่าลพบุรี นำทีมสงบศึกเหมืองแร่เพอร์ไลต์

พ่อเมืองลพบุรีนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบหลังภาคเอกชนได้ประทานบัตรทำเหมืองแร่เพอร์ไลต์ แต่ทางชาวบ้านได้รวมตัวคัดค้านอ้างอาจจะส่งผลกระทบต่อในการดำเนินชีวิตประจำวัน
นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด ผวจ.ลพบุรี พร้อมคณะประกอบด้วย ว่าที่ ร.ต.ทรงพล แป้นแก้ว รอง ผวจ.ลพบุรี นายพิษณุ ประภาธนานันท ปจ.ลพบุรี พ.ต.อ.ภูการวิก โชติกเสถียร รอง ผบก.ภ.จว.ลพบุรี นายสุขสันต์ เอี่ยมโสภณ อุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี นายพิบูลย์ โชตเศรษฐ์ ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลพบุรี เดินทางไปยังห้องประชุมที่ว่าการอำเภอสระโบสถ์ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี เพื่อร่วมประชุม กับนายเพิ่มศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ นอภ.สระโบสถ์ นายณรงค์ ปานสุวรรณ นายก อบต.มหาโพธิ ในฐานะตัวแทนชาวบ้าน ผกก.สภ.สระโบสถ์ และหน่วยงานเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมประชุมหารือจากกรณีชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.หาโพธิ อ.สระโบสถ์ จ.ลพบุรี ออกมาคัดค้าน ในการทำเหมืองแร่เพอร์ไลต์ ในพื้นที่กว่า 40 ไร่หมู่ที่ 3 ตำบลดังกล่าวของบริษัท บี แอนด์ พี เพอร์ไลต์ จำกัด และยังเป็นเรื่องราวขัดแย้งในชุมชน เนื่องจากมีทั้งผู้ที่ไม่เห็นด้วยและเห็นด้วยในการทำสัมปทานเหมืองแร่ดังกล่าว
ซึ่งอ้างว่าบริษัทเอกชนได้รับสัมปทานมาอย่างถูกต้องตามหนังสือประทานบัตรในการทำเหมืองแร่ ประเภท 2 (หินอุตสาหกรรมชนิดแร่เพอร์ไลต์) ที่ออกโดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 และสิ้นสุดวันที่ 15 มิถุนายน 2583 รวม 14 ปี จนเรื่องราวยืดเยื้อมานานหลายปี ทั้งมีการประท้วงหน้า อบต.มหาโพธิ และในพื้นที่ที่จะทำเหมืองแร่ ซึ่งชาวบ้านเคยรวมตัวชูป้ายคัดค้านนับพันคนและเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากสภาทนายความ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2569 มีการรวมตัวกันของเครือข่าย “คนรักษ์ป่ามหาโพธิ” ที่ วัดมหาโพธิฃ เพื่อเดินหน้าคัดค้านโครงการทำเหมืองแร่ โดยผู้ที่ออกมาคัดค้านต่างกังวลถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ฝุ่นละออง เสียง และข้อสงสัยเรื่องการทำประชาพิจารณ์การทำสัมปทานเหมืองแร่ รวมทั้งความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้าน ทั้งในเรื่องของการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA

หลังจากที่ได้รับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ผวจ.ลพบุรีและคณะได้เดินทางลงพื้นที่ไปดูสถานที่ทำเหมืองแร่และรับฟังข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ จากนั้นเดินทางไปที่ศาลาหอฉัน วัดมหาโพธิ ต.มหาโพธิ เพื่อพบกับชาวบ้านและนักเรียนประมาณ 400 คนที่มารอฟังแนวทางการแก้ไขปัญหาจากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อส.มาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านต่างนำป้ายคัดค้านมาแสดงต่อหน้านายวีระพงศ์ด้วย หลังการพูดคุยกับชาวบ้านรับฟังขอเรียกร้องแล้ว
ทางนายวีระพงศ์ ได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ชาวบ้านมหาโพธิมีความกังวลต่อการที่มีการประทานบัตรทำเหมืองแร่เพอร์ไลต์เพราะกลัวจะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการมาร่วมรับฟังถึงความเดือดร้อนและข้อกังวลของประชาชน พร้อมชี้แจงว่าเรื่องที่จะเกิดขึ้นเมื่อประทานบัตรมีมาแล้วผู้ได้รับบัตรจะต้องปฏิบัติตาม 8 เงื่อนไข 18 มาตรการ เพื่อสร้างแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตร ส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนควบคู่กันไป เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการและป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังเน้นย้ำว่าการพัฒนาไม่ควรจำกัดเพียงแค่ด้านเศรษฐกิจ แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วย

นอกจากนี้ยังกล่าวอีกว่าการที่ได้ไปลงดูพื้นที่ได้เห็นสภาพของข้อเท็จจริงของพื้นที่ที่ได้รับประทานบัตรประมาณ 40 ไร่และมีพื้นที่ติดติดเชิงเขา ซึ่งบริเวณนั้นเป็นแหล่งของป่าชุมชนที่มีความสมบูรณ์ด้านข้างเป็นพื้นที่พืชผลทางการเกษตร ซึ่งอยู่ใกล้กับชุมชนมากกระบวนการที่จะต้องดำเนินการจะต้องป้องกันเรื่องของผลกระทบถ้ามีการทำเหมืองแร่ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่เกษตรกับพี่น้องประชาชน จะต้องดำเนินการอย่างไร ซึ่งผู้ประกอบการมีการวางแผนไว้อย่างไรทำได้จริงหรือไม่สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวบอกว่ากระบวนการในการทำเหมืองแร่นั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้น ทางผู้รับทานบัตรจะต้องให้ความสำคัญแล้วก็ต้องดูแลการพัฒนาต้องไม่สร้างปัญหา ต้องนำมาซึ่งประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนควบคู่กันไป
นายณรงค์ ปานสุวรรณ นายก อบต.มหาโพธิ เผยว่า ชาวบ้านมหาโพธิออกมาคัดค้านโครงการนี้จำนวนมาก โดยตอนทำประชาพิจารณ์ของ EIA มีไม่น้อยกว่า 1,500 คนได้แสดงเจตนารมณ์จำนงชัดว่าเราไม่ต้องการเหมืองแร่ แต่พิสูจน์แล้วมันก็ไม่มีความหมายเพราะทุกวันนี้ประทานบัตรบัตรได้ออกมาแล้วทำให้เรารู้สึกว่าคนมหาโพธิไม่ได้เป็นคนไทยสมบูรณ์หรือเปล่า จึงไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการที่จะกำหนดชะตาชีวิตหรือยืนยันตัวเองสิ่งที่ออกมาเรียกร้องวันนี้ เพื่อต้องการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรับฟังข้อเท็จจริงปัญหาที่มันเกิดขึ้นความต้องการของความเป็นคนไทย โดยประชาชนต้องการบริหารจัดการทรัพยากรของเราด้วยตัวเองมีส่วนร่วมเหมือนคนไทยทุกคนการปกป้องปกป้องชุมชนของเราก็คือมลพิษที่จะเกิดขึ้น ซึ่งคนที่มีอำนาจในการอนุมัติอนุญาตไม่ได้มีผลกระทบกับเราสิ้นเชิงคนที่อยู่ตรงนี้ต่างหากที่มีผลกระทบ เมื่อส่งเสียงกลับไม่มีคนฟังตั้งแต่เริ่มประชาคมจนทุกวันนี้ยังไม่มีใครฟังเลย”ตอนนี้เรื่องคัดค้านอยู่ที่ศาลปกครองจังหวัดนครสวรรค์อันนี้คือขั้นตอนต่อสู้ของทางกฎหมาย แต่ส่วนหนึ่งก็ตกลงแล้วจะต้องมีการถวายฎีกาอย่างแน่นอน”
///////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////ภาพข่าวโดย…กฤษณพงศ์ อยู่รอด ลพบุรี(086-5745485)















