สุรศักดิ์ พ่อเมืองลุ่มภู แจงถี่ยิบกระบวนการทำงานทุกอย่างยึดระเบียบและขั้นตอนเพื่อความถูกต้องตามกฏหมาย สร้างไม่สร้างอยู่ที่คนหนองบัวลำภู ขณะที่ภาคเอกชนแจงบริเวณหอสองนางเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมโอบอุ้มตามความเชื่อด้วยประการทั้งปวง ขณะที่หอสองนางจะเป็นเทพารักษ์ประจำศาลหลักเมือง

เมื่อวันที่ 18 สค.69 ณ ห้องประชุมภูพานคำ ศาลากลางจังหวัดหนองบัวลำภู นายสุรศักดิ์ อักษรกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และ คณะทำงานจัดสร้างศาลหลักเมืองประจำจังหวัดหนองบัวลำภู พร้อมเปิดใจที่ไปที่มาในการระดมความคิดร่วมกับพ่อค้าคหบดี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู โดยในวันนี้มีพระอุดมคุณาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดหนองบัวลำภู เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม พร้อมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ ผู้แทนภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ภายหลังเกิดกระแสวิพากย์วิจารณ์ไปต่างๆนานา หลังผู้ว่าฯหนองบัวลำภู กล่าวขอยุติการก่อสร้างศาลหลักเมืองประจำจังหวัดหนองบัวลำภู อันเนื่องมาจากมีกลุ่มคนที่บอกว่าเป็นลูกหลานคนหนองบัวลำภู โดยกำเนิดไม่รู้เรื่อง หรือมีคนอยู่เบื้องหลังอาจจะไม่เข้าใจเจตนารมย์

โดยนายสุรศักดิ์ ผู้ว่าฯหนองบัวลำภู กล่าวว่าที่ผ่านมาจังหวัดมีการดำเนินการศึกษารายละเอียดและขั้นตอนของกฏหมายและจารีตประเพณีมาอย่างต่อเนื่องร่วม 2 ปี มีการพูดคุยกับพ่อค้าคหบดี พระสงฆ์องค์เจ้า ถึงเหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องสร้าง เพราะจังหวัดหนองบัวลำภู เป็น 1 ใน 6 จังหวัดของประเทศไทยที่ยังไม่มีศาลหลักเมืองประจำจังหวัด มาวันนี้จึงขอแจงรายละเอียดและขั้นตอนทั้งหมดเล่าสู่กันฟังว่าก่อนจะดำเนินการก่อสร้างจะต้องทำอย่างไร ทุกอย่างมีกระบวนการและขั้นตอนชัดเจน

รวมถึงการออกแบบแปลนของศาลหลักเมือง ไม้มงคลที่จะมาใช้เป็นเสาหลัก ทุกอย่างมีพร้อมที่เป็นของหนองบัวลำภู ทั้งนั้นและที่ไม่ใช่ของหนองบัวลำภู ทั้งหมดนั้นคือเงินที่คนเขามีศรัทธาบริจาคมา สำหรับพื้นที่จะก่อสร้างยังขาดความชัดเจนว่าจะก่อสร้างพื้นที่ตรงไหน จึงจะมีความเหมาะสมกับคำว่าศาลหลักเมือง สร้างแล้วจะต้องเด่นสง่างามและเป็นที่เคารพสักการะของคนหนองบัวลำภู และคนที่ผ่านไปมาหากพื้นที่ที่จะก่อสร้างมีความเหมาะสมและสวยงามรวมถึงเป็นแหล่งศูนย์รวมจิตใจของคนหนองบัวลำภู ตรงนั้นก็จะเป็นสถานที่ที่ทุกคนต้องมาแวะสักการะ เกิดการกระแสแหล่งรวมจิตใจและเศรษฐกิจ นั้นคือที่เรากำลังหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสม

ในขณะที่อาจารย์รอน หรือนายพสิษฐ์ แสงโสดา แหล่งเรียนรู้โฮงคำสุวรรณเชษฐา ทีมงานที่ออกแบบกล่าวว่าอยากให้คนหนองบัวลำภู ทำความเข้าใจเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าทำไมต้องสร้างหลักเมือง : เพราะเหตุใดเมืองต้องมีหลักเมือง”เราต้องทำความเข้าใจคำว่า “หลักเมือง” คืออะไร? ต้องแยกให้ออกระหว่าง เสาหลักเมือง–ศาลหลักเมือง–ศาลเจ้าพ่อ/เทพารักษ์ ให้ชัดเจน เพราะประชาชนมักเข้าใจรวมกัน เหตุใดการสร้างเมืองในอดีตจึงต้องมี “หลัก” ต้องพูดถึงแนวคิดเรื่องศูนย์กลาง พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ การกำหนดขอบเขต และความมั่นคงของชุมชน

รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “พื้นที่ทางกายภาพ” กับ “พื้นที่ทางความเชื่อ”จะทำอย่างใรให้ประชาชนเห็นว่า “หลักเมือง” ทุกจังหวัดจำเป็นต้องมีศาลหลักเมืองหรือไม่? ถ้าจะสร้าง “หลักเมืองหนองบัวลำภู” อะไรคืออัตลักษณ์ที่ควรอยู่เช่น ภูมิประวัติศาสตร์หนองบัวลุ่มภู พระวอ–พระตา ความสัมพันธ์กับลุ่มน้ำ ภูมิประเทศ กลุ่มคน ภาษา ศิลปกรรม ความเชื่อ และพัฒนาการของเมือง นอกจากเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ อาจเป็น พื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์เมือง พื้นที่มรดกวัฒนธรรม พื้นที่ประกอบพิธีกรรม พื้นที่สาธารณะ และ Landmark ทางวัฒนธรรม ได้พร้อมกัน

เมื่อทุกภาคส่วนมีความชัดเจนที่ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน ก็คงจะเป็นความหวังของชาวหนองบัวลำภูในการมี “ศาลหลักเมือง” คณะกรรมการมูลนิธิศาลหลักเมืองหนองบัวลำภู จะต้องมีการพูดและทำความเข้าใจร่วมกับภาคประชาชน เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและหาแนวทางเดินหน้าร่วมกันเพื่อหาทางออกที่เหมาะสมรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นประเด็นในเรื่องของพื้นที่บริเวณหอสองนาง มีความเหมาะสมหรือไม่ อย่าไปวิตกกังวลเรื่องหอสองนาง สุดท้ายหอสองนางคือเทพารักษ์ประจำศาลหลักเมือง

หากประชาคมเห็นชอบ คนหนองบัวลำภู ก็ร่วมกันเดินหน้าสู่การก่อสร้างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ศาลหลักเมืองแห่งใหม่เป็นสถานที่อันทรงคุณค่า และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวหนองบัวลำภู การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การก่อสร้างอาคาร” แต่คือการหาจุดร่วมระหว่าง ความศรัทธา ความทรงจำ และเสียงของประชาชนเพราะนี่คือแลนด์มาร์คของจังหวัดที่ดี ควรเกิดขึ้นจาก การมีส่วนร่วมของคนหนองบัวลำภู ทุกคนประเด็นสำคัญคือ ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “จะสร้างอาคารทรงอะไร” แต่ควรเริ่มจาก “เราต้องการเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับเมืองนี้อย่างไร”มากกว่า

ก่อนลงจากเวที นายสุรศักดิ์ ผู้ว่าฯหนองบัวลำภู มอบหมายให้ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู ทำหน้าที่ประธานการประชุมต่อเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน สร้างไม่สร้างอยู่กับคนหนองบัวลำภู ส่วนจะมีมติอย่างไรว่ากันเอง ขอให้ที่ประชุมนี้ ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็นเต็มที่ จากนั้นปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้แสดงความคิดเห็น ในขณะที่นายวิทวัส วทานิโนบล ผู้ทรงคุณวุฒิในมูลนิธิศาลหลักเมืองกล่าวว่า สถานที่ที่มีความเหมาะสมและอยู่ใจกลางเมืองหนองบัวลำภู

เห็นด้วยบริเวณหอสองนาง ภายในสนามสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และอยู่ติดกับหนองน้ำซึ่งเป็นชัยภูมิที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เพราะพื้นที่ตรงนี้ตามความเชื่อตามฮ้วงจุ้ย ศาสตร์โบราณของจีนที่ว่าด้วยการจัดสภาพแวดล้อมให้เกิดความสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ โดยเชื่อว่าการจัดบ้าน อาคาร หรือ สถานที่ทำงานอย่างเหมาะสม จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ ความเจริญ และความเป็นอยู่ที่ดี

โดยนายวิทวัส กล่าวว่าหากได้พื้นที่ตรงนี้จะมีความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะตามความเชื่อว่าด้านหน้าซึ่งเป็นน้ำ อยู่ทางทิศใต้ สื่อถึงทรัพย์สมบัติบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของคนที่อยู่และลูกหลานต่อไป ด้านหลังเป็นหลังเขาเป็นรูปร่างคล้ายเต่าดำ ที่มีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ด้านซ้ายเป็นหลังเขา เป็นแขนโอบกอด เป็นมังกรเขียวซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออก พระอาทิตย์ขึ้นหมายถึงอำนาจ บารมี เป็นผู้ยิ่งใหญ่ ทิศตะวันตกจะมีแขนโอบทางด้านขวาก็จะเป็นเสือขาวหมายถึงบริวาร ลูกน้องมากมาย ซึ่งจะเป็นพื้นที่มีความเหมาะสมอย่างยิ่งในจังหวัดหนองบัวลำภู

ในขณะที่ผู้จัดการโรงรับจำนำที่อยู่ใกล้บริเวณที่จะก่อสร้างศาลเมืองประจำจังหวัดหนองบัวลำภู มีความเห็นว่าเหมาะสม พร้อมสนับสนุน แต่อย่าลืมว่าต้องสร้างความเข้าใจให้กับคนที่อยู่ในพื้นที่และกลุ่มคนที่เขาใช้บริเวณนั้นทำกิจกรรมร่วมกัน โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับการสร้างศาลหลักเมืองประจำจังหวัดหนองบัวลำภู จากนั้นปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู ขอมติจากภาคเอกชน รวมถึงส่วนราชการที่เข้าร่วมประชุม โดยมติที่ประชุมเห็นด้วย ไม่มีใครยกมือคัดค้าน สำหรับภารกิจต่อไปขอให้เทศบาลเมืองหนองบัวลำภู และมูลนิธิศาลหลักเมือง ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับภาคประชาชนว่าเห็นด้วยกับการดำเนินการก่อสร้างบริเวณหอสองนางหรือไม่อย่างไร ซึ่งสถานที่ตรงนี้มีความเหมาะสม คนหนองบัวลำภูต้องรวมใจเป็นหนึ่งในการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เพราะตอนนี้ก็มีเงินทุน 10 ล้านกว่าบาทพร้อมที่จะดำเนินการในเบื้องต้นได้

โดยเทศบาลเมืองหนองบัวลำภู ต้องดำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชน และกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยในบริเวณพื้นที่หอสองนาง ต้องอธิบายและทำความเข้าใจไม่ใช่เป็นการทุบทำลาย แต่เพียงเป็นการย้ายทั้งอาคาร ตำแหน่งที่เหมาะสม ทำประชาคมขอความเห็นชอบอีกครั้ง รวมทั้งจัดหาสถานที่ออกกำลังกายที่เหมาะสมทดแทนสถานที่เดิม หากเมื่อการประชามติ ครั้งสุดท้ายผ่าน ก็สามารถดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อก่อสร้างศาลหลักเมือง ให้สง่า ทรงคุณค่าสมศักดิ์ศรีของจังหวัดหนองบัวลำภู กันต่อไป..
.
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ภาพข่าว/รายงานจากจังหวัดหนองบัวลำภู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *