เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 เวลา 15.30 นาฬิกา ที่ลานประติมากรรมปูดำหน้าเมืองกระบี่ ริมเขื่อนปากน้ำ ถนนอุตรกิจ เขตเทศบาลเมืองกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยพลตำรวจตรี สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ นายปรีชา สะอิ้งทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ และนายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ร่วมการแถลงข่าวตามแผนยุทธการ 90 วันพิฆาตรยาเสพติดและอาวุธปืน ภายใต้ชื่อปิดถือพฤติกรรม ในพื้นที่ 8 อำเภอของจังหวัดกระบี่ ในรอบเดือนสิงหาคม 2569 ตามนโยบายเร่งด่วนของนายอนุทิน ชาญวีระกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
โดยผลการปฏิบัติตามแผนดังกล่าวเป็นความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ในสังกัดกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ฝ่ายความมั่นคงภายในจังหวัดกระบี่ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 426 และฝ่ายปกครองจังหวัดกระบี่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคีเครือข่าย ได้บูรณาการความร่วมมือในการออกกวาดล้างจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อาวุธปืน อาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และความผิดกฎหมายต่างๆ ซึ่งสามารถตรวจยึดจับกุมอาวุธปืนได้จำนวน 70 กระบอก แยกเป็นอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด จำนวน2 กระบอก อาวุธปืนขนาด 11 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 13 กระบอก และอาวุธปืนสัวสดิการของกรมการปกครองที่ไม่ได้ไปขึ้นทะเบียน ป. จำนวน 1 กระบอก นอกนั้นเป็นอาวุธไทยประดิษฐ์ และอาวุธแบ๊งกันชนิดขนาดกระสุนต่างๆ พร้อมด้วยกระสุนปืนชนิดต่างๆไม่ต่ำกว่า 500 นัด และระเบิดมือ จำนวน 1 ลูก
นอกจากนี้ยังสามารถตรวจยึดยาเสพติดประเภทยาบ้าได้ จำนวน 280,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 17.77 กรัม รถยนต์เก็งได้ จำนวน 2 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์เก๋งเบน 1 คัน เงินสด จำนวน 2,035,399 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 320.27 กรัม หรือหนัก 20 บาท จำนวน 1 เส้นสร้อยข้อมือทองคำหนัก 302.97 กรัม หรือ หนัก 21 บาท จำนวน 1 เส้น ตู้เซฟสำหรับใส่เงินสด จำนวน 1 ตู้ มีเงินจำนวน 2,035,399 บาท รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จำนวน 25 คัน จับกุมผู้ค้ายาเสพติด จำนวน 290 คน ผู้ต้องหาตามหมายจับ จำนวน 18 คน ผู้เสพยาเสพติด จำนวน 16 คน และคดีสมคบอีก จำนวน 2 คดี
โดยนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ผลการกวาดล้างครั้งนี้ถือว่า เป็นครั้งใหญ่ที่สามารถดำเนินการจับกุมตรวจยึดของกลางและสิ่งผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหมาดไทย รวมถึงนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการปราบปรามยาเสพติดและอาวุธปืนให้หมดสิ้น เพื่อสร้างเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ ว่าประชาชนชาวไทยทุกคนรวมถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่ว่าจะเที่ยวจังหวัดใดก็ตามจะได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินอย่างยั่งยืน