รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดงานมหกรรมวิชาการ “All for Education 9P2R 2026”

ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การศึกษาสู่การปฏิบัติภาคเหนือตอนล่าง พร้อมลงพื้นที่เดินหน้าโครงการ Thailand Zero Drop out ติดตามนักเรียนที่หลุดจากการศึกษาอีกเกือบ 6 แสนคน ให้กลับมาเรียนหนังสือให้ได้อีกครั้ง ส่วนโครงการที่เน้นย้ำเป็นพิเศษอีกอย่างคือ การสร้างโรงเรียนปลอดภัย ต้องเริ่มที่ต้องการเรียนรู้ด้านสุขภาวะทางอารมณ์ไปพร้อม ๆ กันในโรงเรียนด้วย จะได้ไม่เกิดเหตุเหมือนที่ จ.นนทบุรีอีก
ที่ศูนย์แสดงนิทรรศการ และการจัดประชุมนานาชาติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มหาวิทยาลัยนเรศวร อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก นาย ประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมวิชาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การศึกษาสู่การปฏิบัติ พื้นที่ภาคเหนือตอนล่างหรือ All for Education 9P2R 2026 : รวมพลังการศึกษาไทยสู่มิติใหม่แห่งอนาคต” โดยมีผู้บริหารทางการศึกษา บุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการภาค 17 และ ภาค 18 มาร่วมงาน จำนวนมากมีการจัดแสดงนิทรรศการ และนวัตกรรมการศึกษา จากสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวเน้นย้ำการขับเคลื่อนแนว 5 นโยบายสำคัญที่ต้องเดินหน้าทำพร้อม ๆ กับหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม อื่น ๆ ด้านการศึกษาด้วย คือ การสร้างโรงเรียนปลอดภัย (Safe School), การเดินหน้าโครงการ Thailand Zero Drop out หรือการติดตามนักเรียนที่หลุดจากการศึกษาให้กลับมาอีกครั้ง , การยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ , การใช้ AI. เพื่อการศึกษา และ การคืนเวลาให้ครูได้สอนหนังสือได้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้เนื่องจาก ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และโครงสร้างประชากรที่มีอัตราการเกิดน้อยลง การศึกษาจึงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ ถือว่าเป็นการลงทุนมนุษย์ที่คุ้มค่าที่สุด เพราะเป็นการสร้างคน สร้างโอกาส และสร้างอนาคต ให้กับชาติ
โดยวันนี้ที่เห็นชัดที่สุดคือ โครงการ Thailand Zero Drop out หรือการติดตามนักเรียนที่หลุดจากการศึกษาให้กลับมาเรียนหนังสือได้อีกครั้ง จากสถิติทั่วประเทศก่อนหน้ามีตัวเลขสูงประมาณ 1 ล้านคน ปัจจุบันลดลงเหลือ 6 แสนคน โดยที่ จ.พิษณุโลก ทำสำเร็จแล้วหลายราย เช่น วันนี้ ได้ไปติดตามไปที่บ้านของ นาย พรรษวัฏ จาดยางโทน หรือ น้องเปรม อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนท่าทองพิทยา ที่ได้หลุดออกจากระบบการศึกษาไป 2 ปี หลังจากมีปัญหาครอบครัว และความยากจน ต้องมาช่วยแม่หาเงินด้วยการทำงานรับจ้าง เพราะพ่อเพิ่มแยกทางกับแม่ หลังจากนั้นครูประจำชั้นก็ได้ติดตามตัวมาโดยตลอด พยายามให้เหตุผลว่า การเรียนสำคัญต่ออนาคตมาก ในที่สุดการเจรจาเป็นผล น้องเปรมไปบอกแม่ว่า อยากกลับไปเรียนอีกครั้ง แม่ก็ดีใจมาก ซึ่งทางโรงเรียนจะดูแลการเรียนอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะ น้องเปรม อนาคตอยากเรียนสายช่างยนต์ อยากเปิดอู่รถจักรยานยนต์ ทาง รัฐมนตรีจึงประสานงานให้ และขอโควตาเรียนช่างให้น้องเปรม ส่วนทางโรงเรียนจะได้หาทุนการศึกษามาช่วยเหลือด้วย พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค แก่ครอบครัวน้องเปรมด้วย


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่าหากประชาชนท่านใดพบเห็นเด็กวัยเรียน ที่หลุดจากระบบการศึกษา ให้ช่วยแจ้งข้อมูลแก่ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์ เสรีภาพ และความปลอดภัย (ศพส.) กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทันที ที่โทร 02-628-6346 หรือเว็บไซต์ : กระทรวงศึกษาธิการ และตนหวังจะได้เด็ก ๆ กลับมาเรียนให้ได้ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเป็นการปฏิบัติที่ไม่ยาก… ส่วนโครงการที่เน้นย้ำเป็นพิเศษอีกอย่างคือ การสร้างโรงเรียนปลอดภัย ต้องเริ่มที่ต้องการเรียนรู้ด้านสุขภาวะทางอารมณ์ในโรงเรียนไปพร้อม ๆ กันด้วย เมื่อสุขภาวะทางอารมณ์ดี ก็จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เหมือนที่ จ.นนทบุรีอีก ตนไม่อยากเห็นแบบนั้นแล้ว

DCIM\100GOPRO\GOPR4061.JPG
DCIM\100GOPRO\GOPR4064.JPG

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *