ตะลึง !! ถ้ำผาเวียงบนเทือกตำบลนาแก อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภูกรมศิลปากรปีนเขาพิสูจน์ภาพเขียนสีของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุไม่ต่ำกว่า 4000 ปีตรวจสอบ ภาพเขียนสีแห่งใหม่ เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโบราณวัตถุ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอีสาน

วันนี้(6 กย.69)ผู้สื่อข่าวรายว่าเมื่อวันที่ 4 กย.ที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร่วมกับ นางสาวทิพย์วรรณ วงศ์อัสสไพบูลย์ นักโบราณคดีชำนาญการ สังกัดสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม และทีมเจ้าหน้าที่ จำนวน 4 คน โดยมีทีมข่าวจากเพจกุดแห่บ้านเฮา ร่วมกันลงพื้นที่สำรวจถ้ำผาเวียง ด้านหลังวัดถ้ำผาเวียง ต.นาแก อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู
โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ กรมศิลปากรที่ 8 ได้รับแจ้งจากทีมสำรวจว่า พบภาพเขียนสี บริเวณผนังหน้าผาทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่งในพื้นที่ของภูเขาในใกล้บริเวณเขตวัดถ้ำผาเวียง ต.นาแก อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งต่อมาทราบว่า บริเวณผนังหน้าถ้ำดังกล่าว เป็นจุดที่จะเข้าไปยังถ้ำธรรมาสน์ ซึ่งเป็นถ้ำเล็ก ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ถ้ำผาเวียงที่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ของวัดถ้ำผาเวียง โดย เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกภาพ ตรวจสอบสภาพของภาพเขียนสี วัดจุดที่พบ และใช้โปรแกรมตรวจสอบภาพเขียนสีที่พบ

ทำให้ทราบว่า ลักษณะของภาพดังกล่าว เป็นภาพเขียนสีของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยพบว่า บริเวณผนังหิน ก่อนที่จะเข้าไปยัง ถ้ำธรรมาสน์ มีภาพเขียนสี สีแดงที่เห็นได้อย่างชัดเจนหลายจุด ภาพที่โดดเด่น จากการใช้โปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบทำให้พบว่า เป็น ภาพลิงไต่เถาวัลย์ จำนวน 4 ตัว และด้านล่างเป็นภาพของวัวกระทิง นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการเขียนทับซ้อนกันอีก 1 ยุค รวมถึง ภาพฝ่ามืออีก 2 แห่ง เป็นรอยฝามือของผู้ใหญ่และรอยฝ่ามือเด็ก ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึง ถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ยุคโบราณ ช่วยบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนในอดีต

โดยนางสาวทิพย์วรรณ นักโบราณคดีของกรมศิลปากรที่ 8 บอกว่า ภาพเหล่านี้อาจสะท้อนสิ่งที่มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ พบเห็นในพื้นที่ ทั้งสัตว์ป่า วิถีการล่าสัตว์ ตลอดจนกิจกรรมหรือพิธีกรรมบางอย่างเหมือนเป็นการตัดไม้ข่มนามก่อนการออกล่าสัตว์ และอาจใช้พื้นที่ผนังถ้ำเป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้หรือสอนทักษะการล่าสัตว์ให้กับคนรุ่นต่อไป ซึ่งจากภาพที่เห็น เป็นรูปลิงกำลังกระโจน กับวัวกระทิง ถูกทับด้วยภาพที่เป็นนามธรรมทับซ้อนด้วยลายหยักคต แสดงว่ามีการเข้ามาใช้งานอย่างน้อย 3 ครั้ง ครั้งแรกภาพที่วาดจะเป็นภาพที่เป็นรูปธรรม คือ ภาพสัตว์จากถูกทับด้วยลายที่เป็นนามธรรม เขียนทับบนภาพเป็นสมัยที่ 2 และภาพสมัยที่ 3 เป็นภาพลายฝ่ามือมนุษย์โบราณ 2 แห่ง ซึ่งภาพลายฝ่ามือสะท้อนถึงพิธีกรรมของคนโบราณ ที่แสดงให้รู้ว่าตนเองได้มาที่นี่แล้ว หรือหากเป็นปัจจุบันก็คือ จุดเช็คอินว่ามาพื้นที่นี้แล้ว

สำหรับพื้นที่ตรงนี้หากดูจากภาพถ่ายทางอากาศของวัดถ้ำผาเวียงแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดกึ่งกลางทางประวัติศาสตร์ สำคัญ 2 จุดคือ จุดแรกของลุ่มแม่น้ำเลย กับ ภูพระบาท ภาพเขียนสีตรงนี้เป็นจุดกึ่งกลางทั้ง 2 แห่งนี้ เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตก ตรงนี้จึงถือว่าเป็นแหล่งสำคัญอีกแหล่งหนึ่งของภาคอีสาน
นอกจากภาพเขียนสีแล้ว ในบริเวณใกล้เคียง ยังพบ เศษภาชนะดินเผาที่มีลวดลายขีดเส้น ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับโบราณวัตถุที่พบในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานถึงความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคอีสาน ตั้งแต่ฝั่งจังหวัดเลย ผ่านภูพระบาท จังหวัดอุดรธานี และมี ผาเวียง จังหวัดหนองบัวลำภู เป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญที่อยู่กึ่งกลางของเส้นทางทางวัฒนธรรมดังกล่าว และคาดว่า อายุราว 3,500-4,000 ปี

จากนั้น คณะสำรวจยังได้เดินทาง เข้าไปสำรวจภายในถ้ำผาเวียงซึ่งเป็นถ้ำขนาดใหญ่บนสันเขาซึ่งต้องเดินไปตามบันไดทางเท้าและต้องปีนต่อไปตามซอกหิน เนื่องจากการสร้างบันไดคอนกรีตยังไม่ถึงตัวถ้ำ แต่เนื่องจากสภาพถ้ำมีความมืดมาก แสงสว่างไม่เพียงพอ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังได้พบ เศษชิ้นส่วนของกระดูกโบราณภายในถ้ำ ซึ่งเจ้าหน้าที่จาก กรมศิลปากร ได้มีการบันทึกภาพถ่าย เก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐาน ในการที่จะจัดทำรายงานในการตรวจสอบ
ที่เป็นหลักฐานทางโบราณคดี เตรียมขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน โบราณวัตถุต่อไป พร้อมทั้งยังได้ฝากไปยัง ผู้ที่จะเข้ามาชมภาพเขียนสี หรือถ้ำในบริเวณดังกล่าว ก็ขอให้อย่าได้สัมผัสกับภาพ เก็บเศษภาชนะต่างๆ ออกไปจากพื้นที่ เพราะว่าหลักฐานเพียง 1 ชิ้น อาจจะบอกเล่าเรื่องราวในอดีตได้มากมาย หากหลักฐานต่างๆ สูญหายไป ทำให้การค้นหาข้อมูลทางโบราณคดีของ นักโบราณคดี อาจจะไม่พบหลักฐานที่สำคัญได้
สำหรับแหล่งนี้ หลังจากนี้ ทางคณะสำรวจจะได้จัดทำรายงานการสำรวจเบื้องต้น แหล่งไหนที่สำคัญเราก็จะขึ้นทะเบียนโบราณ สถานโบราณวัตถุไว้ ซึ่งแหล่งนี้ถือว่าเป็นแหล่งสำคัญอีกแหล่งหนึ่งของอำเภอนาวัง เป็นแหล่งภาพเขียนสีแหล่งที่สอง จากฐานข้อมูลของกรมศิลปากรที่มีอยู่ การจะได้ขึ้นทะเบียนหรือไม่นั้น สิ่งเหล่านี้ย่อมได้รับการคุ้มครอง ตามพระราชกำหนดโบราณสถาน และโบราณวัตถุ ของกรมศิลปากร ส่วนการเข้าทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ อาจจะมีความผิดตามกฎหมาย เพียงแต่ว่าระดับโทษอาจจะแตกต่างกันไป นักโบราณคดีกรมศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น กล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นและทรงคุณค่าแห่งนี้
ขอบคุณภาพและข่าวจากทีมสื่อสร้างสรรค์หนองบัวลำภู
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ รายงานข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู











