“ศุลกากรช่องจอม” ผนึกกำลัง “สรรพสามิต“ ทลายรังของเถื่อนกลางโคราช อึ้งใช้คุณยายขายไก่ทอดบังหน้า ผงะซุกเพียบทั้ง ”พลุดอกไม้ไฟ บุหรี่ไฟฟ้า เหล้าบุหรี่เถื่อน“ หวั่นเพลิงไหม้ซ้ำรอยคลองถมเซ็นเตอร์

วันที่ 7 กันยายน2569 ประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม พร้อมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่แฝงตัวลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล และสังเกตพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายจนมั่นใจว่ามีสถานที่แห่งหนึ่งเป็นแหล่งซุกซ่อน และกระจายสินค้าเถื่อนหลายชนิดให้กับชาวบ้านและร้านค้าในพื้นที่อำเภอเมืองจ.นครราชสีมา จึงได้บูรณาการร่วมกับ นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผอ.สรรพสามิตภาค 3 ภายใต้ข้อสั่งการของ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เพื่อสนธิกำลังกว่า 40 นาย ทำการปิดล้อมจู่โจมเข้าค้นสถานที่ต้องสงสัย ที่ โกดังแห่งหนึ่งใจกลางเมืองนครราชสีมา พร้อมกับได้ตรวจยึดของกลางคือ บุหรี่เถื่อน บุหรี่ไฟฟ้า สุราเถื่อน และพลุดอกไม้เพลิง กว่า 10,000 รายการ มูลค่าราว 2,000,000 บาท โดยของกลางทั้งหมดเป็นความผิดเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีหรือการจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 พ.ร.บ.สรรพสามิต พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 รวมถึงประกาศกระทรวงพาณิชย์ที่กำหนดให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ซึ่งล้วนเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เผยว่าตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการป้องกันปราบปรามสินค้าเถื่อนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ภาครัฐ สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่สุจริต ตลอดจนคุ้มครองประชาชนจากสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ และ น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้เน้นย้ำให้ด่านศุลกากรช่องจอม ซึ่งกำกับดูแล สุรินทร์ บุรีรัมย์ และ นครราชสีมา เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

โดย“การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุกเพื่อปกป้องสังคมและทำลายขบวนการที่มักง่ายขาดจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างการที่มีคุณยายวัย 70 ปีเปิดร้านขายไก่ทอดบังหน้าแต่กลับลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งทั้งผิดกฎหมายและมีแบตเตอรี่ที่ไร้มาตรฐาน หรือการนำพลุดอกไม้ไฟจำนวนมหาศาลมาเก็บซ่อนไว้ย่านชุมชนใจกลางเมือง ซึ่งถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเหมือนกรณีคลองถมเซ็นเตอร์ย่อมส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อพี่น้องประชาชนชนิดที่เรียกว่าไม่สามารถประเมินได้” นายประสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย
เขมชาติ ชุณหกิจขจร ทีมข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์














