น่านเร่งแก้ดินสไลด์โรงเรียนบ้านดอยติ้ว หวั่นกระทบความปลอดภัยนักเรียน เตรียมกั้นพื้นที่เสี่ยง-เบี่ยงทางน้ำ พร้อมแผนย้ายโรงเรียน

จังหวัดน่านเร่งแก้ปัญหาดินถล่มและดินสไลด์ในพื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา หลังเกิดการเคลื่อนตัวของมวลดินเป็นแนวกว้าง ส่งผลให้สิ่งปลูกสร้างภายในโรงเรียนได้รับความเสียหายและเกิดรอยแตกร้าว โดยจังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมกำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร รวมถึงเตรียมแผนย้ายโรงเรียนไปยังพื้นที่ใหม่ในระยะยาว

วันที่ 13 กันยายน 2569 นางสาวณัฐยาน์ ทวีวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์และหารือแนวทางแก้ไขปัญหาดินถล่มและดินสไลด์ที่เกิดขึ้นบริเวณโรงเรียน หลังสร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ ทั้งนายอำเภอท่าวังผา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน โครงการชลประทานน่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 ผู้บริหารโรงเรียน และองค์การบริหารส่วนตำบลศรีภูมิ เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว

จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่บริเวณโรงเรียนเกิดการสไลด์ของมวลดินเป็นแนวกว้างกว่า 100 เมตร โดยมีสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ลาดชันสูงประมาณ 50-60 องศา และมีระดับความสูงจากน้ำทะเลปานกลางถึงประมาณ 1,116 เมตร ประกอบกับมีน้ำจากพื้นที่หมู่บ้านและน้ำฝนภายในโรงเรียนไหลมารวมกันบริเวณท่อระบายน้ำจุดเดียว ทำให้ดินเกิดการอิ่มตัวและสูญเสียความมั่นคง จนนำไปสู่การสไลด์ของมวลดิน

นอกจากนี้ วิศวกรจากสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน ตรวจพบว่า อาคารและสิ่งปลูกสร้างบางส่วนที่อยู่ใกล้กับบริเวณดินสไลด์เริ่มมีรอยแตกร้าวและอาจไม่มั่นคงแข็งแรง จึงได้กำชับให้โรงเรียนดำเนินการปิดกั้นพื้นที่อันตรายอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนหรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง

พื้นที่ที่กำหนดให้เป็นเขตอันตราย ประกอบด้วย อาคารเรียนระดับชั้นอนุบาล 2 ชั้น อาคารโรงอาหารขนาด 80 ที่นั่ง สระว่ายน้ำ และอาคารสหกรณ์ร้านค้าของโรงเรียน รวมถึงบริเวณผนังคอนกรีตที่แตกร้าวและพื้นที่โดยรอบซึ่งพบการทรุดตัวของดิน โดยจะมีการนำลวดหนามมากั้นปิดล้อมพื้นที่ให้ชัดเจนและรัดกุม เพื่อป้องกันนักเรียนเข้าไปในบริเวณดังกล่าว

ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดน่าน จะร่วมกับโรงเรียนจัดทำและซักซ้อมแผนอพยพ รวมถึงแผนเผชิญเหตุกรณีเกิดฝนตกหนัก เพื่อกำหนดจุดรวมพลที่ปลอดภัย และเตรียมความพร้อมในการเคลื่อนย้ายนักเรียนออกจากพื้นที่ทันที หากเกิดเหตุฉุกเฉินหรือพบสัญญาณการเคลื่อนตัวของดินเพิ่มเติม

ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน จังหวัดน่านจะเร่งจัดการระบบระบายน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้เกิดการสไลด์ของดินเพิ่มเติม โดยองค์การบริหารส่วนตำบลศรีภูมิ จะส่งทีมช่างเข้าร่วมกับวิศวกรสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน และโครงการชลประทานน่าน เพื่อสำรวจและวางแผนปรับระบบระบายน้ำ

แนวทางเบื้องต้นจะพิจารณาปิดหรือเบี่ยงทิศทางน้ำจากพื้นที่หมู่บ้าน ไม่ให้ไหลมารวมกันในจุดเดียว รวมถึงออกแบบระบบชะลอความเร็วของน้ำและลดแรงกระแทกต่อพื้นที่ดิน เพื่อป้องกันไม่ให้มวลดินเกิดการอิ่มตัวและสไลด์เพิ่ม โดยจะดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ

สำหรับมาตรการระยะยาว จากข้อมูลด้านธรณีวิทยาพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในกลุ่มพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยดินถล่มตั้งแต่ระดับปานกลางถึงระดับเสี่ยงสูง ทำให้การใช้พื้นที่เดิมเป็นที่ตั้งอาคารเรียนในระยะยาวอาจไม่ปลอดภัย จังหวัดน่านจึงมีแนวทางร่วมกันในการ ย้ายโรงเรียนไปยังสถานที่แห่งใหม่บริเวณท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสมและปลอดภัยมากกว่า

โดยมอบหมายให้อำเภอท่าวังผา ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน โครงการชลประทานน่าน สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดน่าน และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 ลงพื้นที่สำรวจและประเมินความเหมาะสมของพื้นที่แห่งใหม่ ตรวจสอบความมั่นคงของชั้นดิน และวางแผนออกแบบอาคารเรียนให้มีความแข็งแรงและเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ

ทั้งนี้ ระหว่างรอการดำเนินการก่อสร้างโรงเรียนแห่งใหม่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาน่าน เขต 2 ได้เตรียมแผนสำรองในการจัดหาสถานที่เรียนชั่วคราว เพื่อรองรับกรณีเกิดฝนตกหนักหรือมีการเคลื่อนตัวของดินซ้ำ และเพื่อให้การจัดการเรียนการสอนสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร

ด้าน นายมานนท์ จันทร์เจียม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอยติ้ว เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินสไลด์ภายในบริเวณโรงเรียน พบความเสียหายที่อาคารโรงอาหารขนาด 80 ที่นั่ง อาคารสหกรณ์ร้านค้า อาคารอนุบาล 2 ชั้น และสระว่ายน้ำ ซึ่งมีรอยแยกและเกิดการทรุดตัวของอาคาร เบื้องต้นทางโรงเรียนได้ปิดอาคารทั้ง 4 แห่ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับนักเรียน

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอยติ้ว ระบุด้วยว่า การเคลื่อนตัวของดินมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยก่อนหน้านี้พบการเคลื่อนตัวประมาณ 2 เมตร และในช่วงที่มีฝนตกหนักและต่อเนื่องระหว่างวันที่ 9-18 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวเกิดการสไลด์ของดินเพิ่มเติม จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จังหวัดน่านจึงกำชับทุกหน่วยงานเร่งดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัย ควบคู่กับการแก้ไขระบบระบายน้ำและการประเมินพื้นที่ใหม่ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง นักเรียน และประชาชนในพื้นที่ โดยยึด ความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรเป็นสำคัญที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *