สุพรรณบุรี พม.ลงพื้นที่ช่วย 7 ครอบครัวถูกบังคับคดีไล่ที่ หลังอาศัยพื้นที่ชลประทานนานหลายสิบปี เร่งหาทางออกทั้งที่พักชั่วคราว–บ้านถาวร

สุพรรณบุรี – พม.ลงพื้นที่ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวชาวบ้านหมู่ 7 ต.สาลี อ.บางปลาม้า หลังศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและออกจากพื้นที่กรมชลประทาน เบื้องต้นมอบเงินสงเคราะห์ฉุกเฉินครอบครัวละ 3,000 บาท พร้อมเตรียมงบช่วยค่าที่พักชั่วคราว 9 เดือน และประสานหาที่ดินสร้างบ้านถาวร ขณะที่นายอำเภอบางปลาม้าเสนอแนวทางขอคืนพื้นที่บางส่วนจากกรมชลประทานให้กรมธนารักษ์จัดระบบเช่าที่อยู่อาศัย หากสามารถดำเนินการตามระเบียบได้
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) พร้อมเจ้าหน้าที่และวิศวกรจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่หมู่ 7 ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับพันจ่าเอกสุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า เพื่อรับฟังปัญหาและหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจำนวน 7 ครอบครัว ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการบังคับคดีให้ออกจากพื้นที่ของกรมชลประทาน

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังชาวบ้านทั้ง 7 ครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยและบางครอบครัวมีผู้สูงอายุหรือผู้พิการ อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลานาน ก่อนเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิการอยู่อาศัยและมีการดำเนินคดีในชั้นศาล กระทั่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดและเข้าสู่กระบวนการบังคับคดีให้รื้อถอนและออกจากพื้นที่
ก่อนหน้านี้ ทางอำเภอบางปลาม้าได้ประสานสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขอแนวทางช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดได้ประสานไปยังวัดทรงกระเทียม เพื่อขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือราษฎรทั้ง 7 ครอบครัว ขณะเดียวกันนายอำเภอบางปลาม้าได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาหารือร่วมกันที่ศาลาวัดทรงกระเทียม เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ก่อนเกิดเหตุโต้เถียงกันระหว่างการหารือ ซึ่งมีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายสยาม นนท์คำจันทร์ กล่าวว่า ผู้บริหารกระทรวง พม.ได้รับทราบปัญหาจากสื่อมวลชน จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ร่วมกับนายอำเภอบางปลาม้า ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดูแลประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะครอบครัวเปราะบางที่อยู่ระหว่างกระบวนการบังคับคดี
เบื้องต้น กระทรวง พม.ได้มอบเงินสงเคราะห์ฉุกเฉินให้ครอบครัวละ 3,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า พร้อมเตรียมแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม หากมีความจำเป็นต้องย้ายออกจากพื้นที่ โดยสามารถสนับสนุนค่าเช่าหรือที่พักชั่วคราวครอบครัวละ 3,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 9 เดือน ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ เพื่อให้ครอบครัวมีเวลาเตรียมความพร้อมและหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่

ส่วนแนวทางการจัดหาที่อยู่อาศัยถาวร อยู่ระหว่างพิจารณาหลายแนวทาง โดยหนึ่งในแนวทางคือการประสานองค์การบริหารส่วนตำบลเพื่อจัดหาที่ดินที่สามารถนำมาใช้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง และขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือผู้มีจิตศรัทธา เพื่อก่อสร้างบ้านให้กับผู้ได้รับผลกระทบ
อีกแนวทางหนึ่ง คือการประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทาน เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการส่งคืนพื้นที่ดังกล่าวให้กรมธนารักษ์ และจัดระบบให้ประชาชนสามารถเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยตามระเบียบราชการ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการต้องย้ายที่อยู่อาศัยหลายครั้ง โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงอายุและผู้พิการ

พันจ่าเอกสุริยา ภู่สวัสดิ์ นายอำเภอบางปลาม้า กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้ามาช่วยสะท้อนปัญหาและดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง พร้อมระบุว่า หากสามารถดำเนินการให้มีการจัดระบบพื้นที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และให้ประชาชนสามารถเช่าที่ดินเพื่ออยู่อาศัยได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดความเดือดร้อนของประชาชนได้
ด้านนางบุญเสริม ธีระพันธุ์ อายุ 74 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 95 หมู่ 7 ตำบลสาลี กล่าวว่า ตนเองอาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานานประมาณ 30–40 ปี ไม่ต้องการให้ชาวบ้านกับทางวัดมีปัญหากัน และอยากให้ทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย แต่ด้วยฐานะที่ไม่มีเงินและไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง จึงรู้สึกกังวลและเสียใจที่ต้องเผชิญกับการถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่ พร้อมขอบคุณสื่อมวลชนและหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือ
ขณะที่นายธนพิสิฐ จุมพลพาณิชย์ หรือ “ผู้ใหญ่ตี๋” ผู้นำชุมชน กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนและกระทรวง พม. ที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน พร้อมระบุว่า หากประชาชนจำเป็นต้องย้ายออกจากพื้นที่ ตนพร้อมให้การช่วยเหลือในส่วนที่สามารถทำได้ รวมถึงเตรียมจัดกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ การช่วยเหลือทั้ง 7 ครอบครัวอยู่ระหว่างการประสานงานของหลายหน่วยงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ควบคู่กับการหาแนวทางด้านที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมาย เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงต่อไป
ภัทรพล พรมพัก – สุพรรณบุรี













