เจ้าของร้านยางนครพนมสุดทน! โพสต์เฟซบุ๊กร้องถนนขุดค้างหน้าร้านนานเกือบ 6 เดือน กระทบรายได้หนัก จี้ทางหลวงชนบทเร่งแก้ หลังพ้นกำหนดสัญญาก่อสร้าง

นครพนม – เจ้าของร้านจำหน่ายล้อแม็กและยางรถยนต์ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม โพสต์เฟซบุ๊กระบายความเดือดร้อน หลังโครงการก่อสร้างถนนงบเกือบ 50 ล้านบาท ขุดเจาะหน้าร้านตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา จนถึงปลายเดือนกันยายนยังไม่แล้วเสร็จ กองดินและร่องขุดขวางทางเข้าออก ลูกค้านำรถเข้าซ่อมไม่ได้ กระทบรายได้ต่อเนื่อง ตั้งคำถามเหตุใดงานจึงล่าช้า ทั้งที่พ้นกำหนดสิ้นสุดสัญญาตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานและเปิดทางให้ประกอบอาชีพได้ตามปกติ

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของร้านจำหน่ายล้อแม็กและยางรถยนต์ บริเวณถนนเฟื่องนคร อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพถ่ายสภาพการก่อสร้างถนนบริเวณหน้าร้าน เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างปรับปรุงจุดตัดทางแยก ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี แต่จนถึงขณะนี้งานบริเวณหน้าร้านยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลกระทบต่อการประกอบธุรกิจเป็นเวลาหลายเดือน

เจ้าของร้านระบุผ่านเฟซบุ๊กว่า ตามป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ กำหนดเริ่มต้นสัญญาวันที่ 23 ธันวาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 19 สิงหาคม 2569 แต่การขุดเจาะบริเวณหน้าร้านเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน 2569 กระทั่งเข้าสู่เดือนกันยายน งานก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จ ทำให้ไม่สามารถนำรถยนต์เข้าออกเพื่อรับบริการได้ตามปกติ ส่งผลให้ร้านค้าขาดรายได้ต่อเนื่อง ขณะที่ยังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ

เจ้าของร้านยังสะท้อนปัญหาว่า ที่ผ่านมาได้พยายามติดตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างด้วยตนเอง ทั้งการสอบถามและโทรศัพท์ประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อใด โดยระบุว่า งานก่อสร้างบริเวณอื่นที่เริ่มดำเนินการภายหลังกลับมีความคืบหน้ามากกว่า ขณะที่บริเวณหน้าร้านของตนยังคงมีการขุดเจาะและกองดินทิ้งไว้
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้งานก่อสร้างล่าช้า โดยต้องการให้หน่วยงานเจ้าของโครงการและผู้รับจ้างร่วมกันกำหนดแผนดำเนินงานให้ชัดเจน แทนที่จะปล่อยให้ผู้ประกอบการต้องติดตามความคืบหน้าด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง
จากภาพถ่ายที่เจ้าของร้านเผยแพร่ พบว่าบริเวณหน้าร้านมีการขุดเปิดผิวทางเป็นแนวยาว มีกองดิน เศษคอนกรีต และวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก รวมถึงร่องขุดที่มีน้ำขังและท่อสาธารณูปโภคบางส่วน ส่งผลให้ทางเข้าออกอาคารพาณิชย์หลายคูหาถูกกีดขวาง บางจุดมีการนำแผ่นวัสดุมาวางพาดเป็นทางข้ามชั่วคราว ขณะที่บริเวณดังกล่าวอยู่ติดกับถนนที่มีรถยนต์สัญจรอย่างต่อเนื่อง

สภาพดังกล่าวสร้างความกังวลให้ผู้ประกอบการ ทั้งในด้านการเข้าถึงร้านค้าของลูกค้า ความปลอดภัยของผู้สัญจร และผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะธุรกิจจำหน่ายยางรถยนต์และล้อแม็ก ซึ่งจำเป็นต้องมีพื้นที่ให้ลูกค้านำรถยนต์เข้าใช้บริการ
สำหรับโครงการดังกล่าว จากข้อมูลบนป้ายประชาสัมพันธ์ ระบุว่าเป็นโครงการก่อสร้างถนนสาย นพ.3073 แยกทางหลวงหมายเลข 212 – ถนนเฟื่องนคร อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม หรือโครงการก่อสร้างปรับปรุงจุดตัดทางแยก ระยะทาง 0.208 กิโลเมตร อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานทางหลวงชนบทที่ 16 (กาฬสินธุ์) กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม
โครงการมีวงเงินก่อสร้างประมาณ 49.98 ล้านบาท ผู้รับจ้างคือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.รุ่งเรืองคอนกรีต ตามป้ายโครงการกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน เริ่มต้นสัญญาวันที่ 23 ธันวาคม 2568 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 19 สิงหาคม 2569

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าโครงการได้รับการขยายระยะเวลาสัญญาหรือมีการปรับเปลี่ยนแผนดำเนินงานหรือไม่ รวมถึงยังต้องรอคำชี้แจงจากหน่วยงานเจ้าของโครงการและผู้รับจ้างเกี่ยวกับสาเหตุความล่าช้าในบริเวณที่ได้รับการร้องเรียน
เจ้าของร้านเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการเปิดทางเข้าออกชั่วคราวที่ปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรถเข้ามาใช้บริการได้ระหว่างรอการก่อสร้าง พร้อมกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จให้ชัดเจน และพิจารณาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ประเด็นที่ประชาชนต้องการคำตอบไม่ใช่เพียงกำหนดแล้วเสร็จของโครงการ แต่รวมถึงการบริหารจัดการงานก่อสร้าง การประสานงานกับหน่วยงานสาธารณูปโภค และมาตรการลดผลกระทบต่อร้านค้าและประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวถนน
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งจำเป็นต่อการเติบโตของเมือง แต่ระหว่างการก่อสร้าง ประชาชนและผู้ประกอบการที่อยู่ในพื้นที่ไม่ควรต้องเผชิญความเดือดร้อนโดยไม่ทราบว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด โดยเฉพาะเมื่อการก่อสร้างส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และการประกอบอาชีพ จึงเป็นประเด็นที่หน่วยงานเจ้าของโครงการควรเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่ง ประทีป นครพนมทันข่าวรายงาน











