สวนสละกว่า 11 ไร่ ในอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร ผลผลิตเสียหายหนัก ต้องใช้เวลาฟื้นฟูต้นนานประมาณ 1 ปี ขณะที่เจ้าของสวนสะท้อนความกังวลทั้งภาระต้นทุน รายได้ที่หายไป และสภาพจิตใจของเกษตรกรหลังน้ำลด ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดจันทบุรียังคงทิ้งความเสียหายไว้กับเกษตรกรจำนวนมาก แม้ระดับน้ำในหลายพื้นที่จะลดลงแล้ว โดยที่หมู่ 5 ตำบลเขาแก้ว หมู่บ้านแพ่งหน้าผาล่าง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี สวนสละอายุกว่า 8 ปี เนื้อที่กว่า 11 ไร่ ของ “ครูจุ๋ย” นางสมทรง บุญช่วย อดีตครูเกษียณราชการ ได้รับความเสียหายอย่างหนักหลังถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร และมีน้ำท่วมขังนานเกือบ 5 วัน

ครูจุ๋ยเล่าว่า ช่วงเช้าวันที่ 25 กันยายน น้ำเริ่มเข้าพื้นที่ แต่ขณะนั้นยังไม่คาดคิดว่าจะเพิ่มระดับอย่างรวดเร็วจนเข้าท่วมสวน กระทั่งช่วงเย็นคนงานแจ้งว่าน้ำสูงถึงระดับเอว และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนต้องเร่งหนีออกจากพื้นที่ หลายคนแทบไม่มีเวลาเก็บข้าวของขึ้นที่สูง
“ที่ผ่านมาแม้จะมีฝนตกหนักก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ น้ำมาเร็วมาก จนเก็บของแทบไม่ทัน” ครูจุ๋ยกล่าวก่อนเกิดน้ำท่วม สวนสละแห่งนี้กำลังอยู่ในช่วงให้ผลผลิตต่อเนื่อง สละบางส่วนเริ่มมีความหวานและพร้อมทยอยตัดจำหน่าย โดยปกติการเก็บเกี่ยวหนึ่งรอบสามารถตัดผลผลิตได้ประมาณ 4 ตัน แต่รอบล่าสุดจำหน่ายออกไปได้เพียงประมาณ 2 ตันกว่า ก่อนที่ผลผลิตส่วนที่เหลือจะถูกน้ำท่วมเสียหาย รวมถึงช่อดอกและผลอ่อนที่กำลังเตรียมให้ผลผลิตในรอบต่อ ๆ ไป
สำหรับสวนสละ ขณะนี้สิ่งที่ต้องดำเนินการเร่งด่วน คือ เก็บกวาดสวน เปิดทางให้อากาศถ่ายเท ตัดช่อดอกและผลที่ได้รับความเสียหายออกทั้งหมด เพื่อให้ต้นสละได้พักและฟื้นตัว โดยคาดว่าจะต้องใช้เวลาบำรุงรักษาประมาณ 1 ปี กว่าต้นจะกลับมาออกช่อดอกและให้ผลผลิตที่มีคุณภาพได้อีกครั้ง

ผลกระทบดังกล่าวหมายถึงรายได้ของสวนที่จะหายไปตลอดช่วงการฟื้นฟู โดยปกติสวนแห่งนี้สร้างรายได้จากผลผลิตสละเดือนละกว่า 100,000 บาท หรือปีละไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ขณะที่ยังมีต้นทุนค่าปุ๋ย ยา และการดูแลรักษาสวนประมาณเดือนละไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท ซึ่งจำเป็นต้องจ่ายต่อเนื่องแม้จะยังไม่มีผลผลิตจำหน่าย
นางสาวอังศุมาลี ซึ่งเป็นผู้ดูแลและทำงานในสวนในลักษณะแบ่งรายได้จากผลผลิต ก็จะได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากในช่วงประมาณ 1 ปีนี้ สวนจะยังไม่สามารถสร้างรายได้จากผลผลิตสละได้ตามปกติ
ครูจุ๋ยกล่าวว่า สิ่งที่กังวลในขณะนี้ นอกจากการฟื้นฟูสวนแล้ว ยังเป็นเรื่องขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ เนื่องจากทะเบียนเกษตรกรเดิมขาดการปรับปรุงข้อมูลต่อเนื่อง จึงต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนและขอเอกสารรับรองจากสำนักงานเกษตรอำเภออีกครั้ง ก่อนนำเอกสารไปแจ้งและยืนยันความเสียหายกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาความช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์

นอกจากนี้ ครูจุ๋ยยังสะท้อนว่า ความเสียหายครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับสวนของตนเอง แต่สวนผลไม้ของเพื่อนบ้านและเกษตรกรในพื้นที่หลายแห่งได้รับผลกระทบรุนแรง บางสวนได้รับความเสียหายเกือบทั้งแปลง หลังน้ำลดจึงเห็นต้นไม้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเริ่มยืนต้นตาย สร้างความกังวลและความเครียดให้กับเจ้าของสวนอย่างมาก ครูจุ๋ยบอกว่า “เวลาเข้าไปบ้านไหน หลายคนก็ร้องไห้ เพราะสิ่งที่ทำมาหลายปีหายไปกับน้ำ เราสงสารชาวบ้าน บางคนแทบไม่เหลืออะไรเลย”
พร้อมกันนี้ ครูจุ๋ยยังเสนอให้หน่วยงานด้านสาธารณสุขหรือทีมสุขภาพจิตลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและพูดคุยกับเกษตรกร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับผลกระทบได้ระบายความรู้สึกและได้รับการดูแลด้านจิตใจควบคู่กับการเยียวยาความเสียหายด้านทรัพย์สินและการประกอบอาชีพ
สัมภาษณ์ :: นางสาว สมทรง บุญช่วย / เกษตรกร
สุภาพร นิยมกิจ
จันทบุรี














