ตำรวจแพร่เดินหน้าสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติด จับกุม 2 คดี ยึดยาบ้ากว่า 5.6 ล้านเม็ด พร้อมเคตามีน 10 กิโลกรัม

แพร่ – เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดแพร่สกัดจับขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ 2 คดี ในพื้นที่ สภ.วังชิ้น และ สภ.ห้วยไร่ สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวมกว่า 5.6 ล้านเม็ด เคตามีน 10 กิโลกรัม และรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิดรวม 3 คัน

คดีที่ 1 สภ.วังชิ้น ยึดยาบ้า 2.48 ล้านเม็ด
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.วังชิ้น จ.แพร่ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธเนตถ์ วิบูลย์เกียรติ์ ผกก.สภ.วังชิ้น, พ.ต.ท.ภานุรุจ แสงสร้อย รอง ผกก.ป.สภ.วังชิ้น, พ.ต.ท.อนันต์ พรมมา รอง ผกก.สส.สภ.วังชิ้น, พ.ต.ท.อดุลย์ ท้าวคำ สวป.สภ.วังชิ้น และ พ.ต.ท.ธนดล อินทรประดิษฐ์ สว.สส.สภ.วังชิ้น พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจยาเสพติดหาดรั่ว สภ.วังชิ้น อ.วังชิ้น จ.แพร่

เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจเพื่อป้องกันและสกัดกั้นยาเสพติด สิ่งของผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ โดยได้รับข้อมูลการข่าวว่ามีกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงประสานการปฏิบัติกับด่านตรวจในพื้นที่และกำหนดรถยนต์ต้องสงสัยเป็นเป้าหมายในการตรวจค้น

ต่อมาเวลาประมาณ 15.38 น. รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 1483 พะเยา ขับเข้ามายังด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงให้สัญญาณหยุดรถและตรวจสอบ โดยมี นายทินบัติ หรือเจมส์ โคนัก อายุ 32 ปี เป็นผู้ขับขี่ จากนั้นนำรถเข้าสู่พื้นที่ตรวจค้น

ผลการตรวจสอบบริเวณกระบะท้ายรถ พบถุงพลาสติกสีดำจำนวน 13 ถุง ภายในบรรจุยาบ้า จำนวน 2,482,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายทินบัติพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดี

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยาเสพติดหาดแค สภ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เพื่อสกัดรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีดำ หมายเลขทะเบียน 1ขฬ 5008 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นายจิรายุทธ หรือต้อ ขายเครื่องเทศ อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่

จากการตรวจค้นรถยนต์และตัวนายจิรายุทธ ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย แต่จากข้อมูลที่ได้จากการสอบถามและการตรวจสอบข้อมูล เจ้าหน้าที่พบว่าบุคคลทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องและร่วมมือกันในการกระทำความผิดครั้งนี้ โดยนายจิรายุทธทำหน้าที่เป็นรถนำทางให้กับรถลำเลียงยาเสพติด

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมรถยนต์และของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังชิ้น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดแพร่เข้าดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอน

ของกลางในคดี

ยาบ้า จำนวน 2,482,000 เม็ด

รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บพ 1483 พะเยา

รถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน สีดำ ทะเบียน 1ขฬ 5008 กรุงเทพมหานคร

คดีที่ 2 สภ.ห้วยไร่ ยึดยาบ้า 3.18 ล้านเม็ด และเคตามีน 10 กิโลกรัม
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ทัตเทพ โชติเดโชชัย สวญ.สภ.ห้วยไร่, พ.ต.ท.วิทูล สีตะวัน สวป.สภ.ห้วยไร่, พ.ต.ท.ยุทธนา ธิมา สว.สส.สภ.ห้วยไร่ และ พ.ต.ท.นันทวัฒน์ หวังสวัสดิ์ สวป.สภ.ห้วยไร่ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจยาเสพติดห้วยไร่ (X-RAY) สภ.ห้วยไร่ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่

เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจได้รับข้อมูลการข่าวว่ามีกลุ่มขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงประสานการปฏิบัติและเฝ้าตรวจรถยนต์เป้าหมาย กระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น. พบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน บพ 3448 พระนครศรีอยุธยา ขับเข้ามายังด่านตรวจ

เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณหยุดรถและตรวจสอบ พบ นายสมคิด แย้มขยาย อายุ 42 ปี เป็นผู้ขับขี่ และ น.ส.ศิริลักษณ์ เกตุมณี อายุ 30 ปี เป็นผู้โดยสาร จากนั้นนำรถยนต์พร้อมบุคคลทั้งสองเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบด้วยเครื่อง X-RAY

ผลการตรวจ X-RAY พบภาพผิดปกติเป็นก้อนบริเวณกระบะท้าย เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่ากระบะท้ายรถมีการดัดแปลงเป็นช่องลับสำหรับซุกซ่อนยาเสพติด และพบของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 3,180,000 เม็ด และเคตามีน จำนวน 10 กิโลกรัม

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมของกลางและรถยนต์ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยไร่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดแพร่เข้าตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอน

ของกลางในคดี

ยาบ้า จำนวน 3,180,000 เม็ด

เคตามีน จำนวน 10 กิโลกรัม

รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บพ 3448 พระนครศรีอยุธยา

รวมผลการจับกุม 2 คดี
การปฏิบัติการทั้ง 2 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 4 ราย ยึดของกลางเป็นยาบ้ารวม 5,662,000 เม็ด เคตามีน 10 กิโลกรัม และรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 3 คัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามกฎหมาย เพื่อสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศอย่างต่อเนื่อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนร่วมกันสอดส่องดูแลบุตรหลาน บุคคลใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชน หากพบเบาะแสสามารถแจ้งข้อมูลผ่าน สายด่วนยาเสพติด 1599 หรือสายด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *