จี้ผ่าตัดงบกีฬา! ‘สว.จำลอง’ ชี้บทเรียนเอเชียนเกมส์ไอจิ-นาโกยา แฉเบิกจ่ายอืด ชง 5 ข้อถก กมธ. ก่อนชง ครม.

นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและการกีฬา วุฒิสภา เปิดเผยถึงภาพรวมและบทเรียนหลังเสร็จสิ้นมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ จังหวัดไอจิและเมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น โดยชี้ว่า ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องผ่าตัดโครงสร้างการเงินและการบริหารงบประมาณกีฬาของประเทศอย่างจริงจัง หลังเสียงสะท้อนจากคนในวงการกีฬาตอกย้ำถึงปัญหาเรื้อรัง ทั้งกระบวนการเบิกจ่ายที่ล่าช้าและความไม่ทั่วถึงของสวัสดิการนักกีฬา

นายจำลอง ระบุว่า แม้นักกีฬาและทีมงานผู้ฝึกสอนจะทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเกียรติยศของชาติ แต่ระบบสนับสนุนหลังบ้านกลับกลายเป็นอุปสรรคบั่นทอนศักยภาพ ปัญหาเรื่องเงินเบี้ยเลี้ยงเก็บตัวที่ค้างจ่ายนานหลายเดือน รวมถึงขั้นตอนการอนุมัติโครงการที่ซับซ้อนตามระเบียบราชการ บีบให้สมาคมกีฬาและนักกีฬาจำนวนไม่น้อยต้องควักกระเป๋าสำรองจ่ายค่าอุปกรณ์ ค่าเดินทาง และที่พักล่วงหน้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมาธิและฟอร์มการแข่งขันในสนาม
“การหวังผลสัมฤทธิ์เป็นเหรียญรางวัล แต่ปล่อยให้นักกีฬาต้องเผชิญความไม่พร้อมนอกสนาม ถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรม หากประเทศไทยต้องการยืนหยัดในเวทีสากลอย่างยั่งยืน รัฐบาล กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมถึงการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต้องกล้าปฏิรูประบบการเงินกีฬาตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” นายจำลอง กล่าว

นายจำลอง กล่าวต่อว่า ตนเตรียมนำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 5 แนวทาง เข้าสู่การพิจารณาและหารือในชั้นกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา ประกอบด้วย การปฏิรูประบบจ่ายเงินตรง (Direct-to-Athlete) โอนเงินเบี้ยเลี้ยงและค่าฝึกซ้อมตรงเข้าบัญชีนักกีฬาและผู้ฝึกสอนผ่านระบบดิจิทัล เพื่อตัดขั้นตอนและแก้ปัญหาเงินตกค้างผ่านตัวกลาง ควบคู่ไปกับการบรรจุวิทยาศาสตร์การกีฬาเป็นงบประมาณภาคบังคับ กำหนดสัดส่วนงบเตรียมทีมอย่างน้อยร้อยละ 20–25 สำหรับทีมแพทย์ กายภาพบำบัด โภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬา เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและยกระดับศักยภาพร่างกาย ขณะเดียวกันต้องยกระดับประกันภัยและสวัสดิการครบวงจร ทั้งประกันสุขภาพและอุบัติเหตุที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเต็มวงเงิน พร้อมศึกษาโมเดลกองทุนบำนาญนักกีฬาทีมชาติเพื่อสร้างความมั่นคงหลังเลิกเล่น นอกจากนี้ ต้องปรับเกณฑ์ประเมิน (KPI) สู่การพัฒนาระยะยาว โดยทบทวนการตัดหรือเพิ่มงบประมาณไม่ให้ผูกติดเฉพาะจำนวนเหรียญรางวัล แต่วัดจากการทำลายสถิติส่วนบุคคล อันดับโลก และการสร้างนักกีฬารุ่นเยาว์ทดแทน และปิดท้ายด้วยการเปิดเผยข้อมูลงบประมาณอย่างโปร่งใส (Open Sports Data) ผ่านแดชบอร์ดสาธารณะ เพื่อให้สังคมตรวจสอบได้ชัดเจนว่าเงินตกถึงตัวนักกีฬาจริงกี่เปอร์เซ็นต์ พร้อมวางกลไกคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสความไม่โปร่งใสอย่างเป็นรูปธรรม
โฆษก กมธ.กีฬา วุฒิสภา ย้ำทิ้งท้ายว่า ในชั้นกรรมาธิการจะมีการเชิญตัวแทนจาก กกท., กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ตลอดจนสมาคมกีฬาต่าง ๆ เข้าให้ข้อมูลและระดมความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อตกผลึกข้อเสนอทั้ง 5 ด้าน ให้เป็นแนวทางเชิงนโยบายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ก่อนทำรายงานส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาสั่งการเชิงนโยบายต่อไป











