น่านสะเทือน! หนุ่มใหญ่รับสารภาพฆ่า “หนานหง่า” ผู้พิการขายลอตเตอรี่ ยัดกระสอบทิ้งแม่น้ำน่าน อ้างปมหนี้ 5 พัน ตำรวจเร่งคลี่ปมเงินสดกว่า 3 หมื่น

น่าน – คดีการหายตัวไปของ “หนานหง่า” นายทัตธพงษ์ ทะสี อายุ 45 ปี ผู้พิการประกอบอาชีพเร่ขายลอตเตอรี่ คลี่คลายไปอีกขั้น หลังตำรวจติดตามเบาะแสจากกล้องวงจรปิดและสอบสวนชายวัย 41 ปี ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนนำศพใส่กระสอบปุ๋ยทิ้งแม่น้ำน่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่ยังเร่งตรวจสอบแรงจูงใจ โดยไม่ตัดประเด็นประสงค์ต่อทรัพย์

เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 หลังนายทัตธพงษ์หายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ญาติและชาวบ้านร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยออกค้นหาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา เร่งแกะรอยกล้องวงจรปิดและรวบรวมพยานหลักฐาน จนพบพิรุธเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของรถจักรยานยนต์ผู้สูญหาย

ต่อมาวันที่ 13 ตุลาคม ตำรวจเชิญตัวชายวัย 41 ปี ชาวตำบลศรีภูมิ อำเภอท่าวังผา มาสอบสวน ก่อนเจ้าตัวรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยอ้างว่ามีปัญหาขัดแย้งเรื่องหนี้ค่าลอตเตอรี่ ซึ่งเดิมมียอด 10,000 บาท ชำระคืนแล้ว 5,000 บาท เหลือค้างอีก 5,000 บาท

ตามคำให้การ ผู้ต้องหาอ้างว่าเกิดการโต้เถียงเรื่องหนี้สิน ก่อนลงมือบีบคอและใช้ไม้ทำร้ายผู้ตายจนเสียชีวิต จากนั้นนำร่างไปซ่อนในสวนยางพารา ก่อนใส่กระสอบปุ๋ยและนำไปทิ้งในแม่น้ำน่านเพื่ออำพรางคดี นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซุกซ่อนอยู่บริเวณห้างนาของผู้ต้องหา

กระทั่งวันที่ 14 ตุลาคม เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบร่างชายเสียชีวิตอยู่ภายในกระสอบปุ๋ยบริเวณแม่น้ำน่าน ทางเข้าสุสานบ้านดอนแก่ง หมู่ 6 ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ก่อนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ แพทย์ และพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบ เพื่อดำเนินการยืนยันตัวบุคคลและชันสูตรตามขั้นตอน

อย่างไรก็ตาม ปมสังหารยังมีข้อสงสัยสำคัญ เนื่องจากมีข้อมูลว่าผู้ตายอาจพกเงินสดมากกว่า 30,000 บาทในวันเกิดเหตุ ตำรวจจึงเร่งตรวจสอบทรัพย์สินที่สูญหาย เส้นทางการเงิน คำให้การของผู้ต้องหา และหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์ว่าเหตุจูงใจเกิดจากความขัดแย้งเรื่องหนี้สินเพียงอย่างเดียว หรือมีประเด็นอื่นเกี่ยวข้อง

เบื้องต้น มีรายงานการดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นและซ่อนเร้นศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย โดยรายละเอียดข้อกล่าวหาต้องเป็นไปตามเอกสารทางคดีอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ คำรับสารภาพและคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับแรงจูงใจยังต้องตรวจสอบประกอบพยานหลักฐาน และผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข่าวโดย: พ.อ.พยอม บุญทร จ.น่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *