ข่าว ผบช.ภ.7 แถลงผลการปฏิบัติที่สำคัญของตำรวจภูธรภาค 7

ที่ห้องทวารวดี 1 โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบช.ภ.7 เป็นประธาน แถลงผลการปฏิบัติที่สำคัญของตำรวจภูธร ภ.7 ในพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วยกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ ในด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน
วันนี้ (15 ต.ค.69) พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผบช.ภ.7 เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติที่สำคัญของ ตร.ภ.7 ในพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วยกาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ โดยกล่าวว่า “ตำรวจภูธรภาค 7” ยึดนโยบายยของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการปราบปรามยาเสพติด ป้องกันและปราบปรามอาญชากรรม โดยเฉพาะช่วงเกิดอุกทกภัยในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการเกิดอาชญากรรม ที่ผ่านมาระหว่างวันที่ 1-14 ต.ค.69 มีผลการปฏิบัติที่สำคัญจึงมอบหมายให้ รองผู้บัญชาการที่รับผิดชอบงานปราบปรามยาเสพติด งานป้องกันปราบปราม และ งานสืบสวนนำผลการปฏิบัติมาแถลงต่อสื่อมวลชน ในห้วงวันที่ 1-14 ต.ค.69 จับกุมทุกข้อหา 814 คดี ผู้ต้องหา 833 ราย ขยายผลคดีสมคบ 9 คดี ดำเนินคดีฟอกเงิน 2 คดี จับกุมตามหมายจับ 5 หมาย ยึดทรัพย์มูลค่า 28,126,521 บาท ของกลางยาบ้า 124,796 เม็ด ไอซ์ 688 กรัม เฮโรอีน 40 กรัม และเคตามีน 1,044 กรัม โดยมีคดีรายสำคัญ ดังนี้ 1.วันที่ 4 ต.ค.69 สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ร่วมกับ บช.ปส. สกัดรถตู้ลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือ จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ยึด ไอซ์ 18 กระสอบ ประมาณ 600 กิโลกรัม 2.วันที่ 9 ต.ค.69 สภ.กรับใหญ่ จ.ราชบุรี ร่วมกับตำรวจสืบสวนนครบาลปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีเข้าไร่อ้อย 1 ราย ยึดยาบ้าประมาณ 86,000 เม็ด 3.วันที่ 11 ต.ค.69 สภ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ตั้งจุดตรวจจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย ยึดเคตามีนประมาณ 1 กิโลกรัม ทุกคดีมีการสืบสวนขยายผลสืบสวนสอบสวน ติดตามผู้สมคบกระทำผิดและยึดทรัพย์ เพื่อปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ


ผบช.ภ.7 กล่าวว่าตำรวจภูธร ภ.7 ตระหนักถึงปัญหายาเสพติด กระทบต่อสังคมอย่างมาก จึงให้ความสำคัญสูงสุด ในการสืบสวนขยายผลในทุกคดี และการยึดทรัพย์ ที่ผ่านมาต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือในการแจ้งเบาะแสข้อมูลการกระทำผิดอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีผลการปฏิบัติเป็นที่น่าพอใจ ด้าน พล.ต.ต.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช รอง ผบช.ภ.7 กล่าวว่า ตำรวจภูธร ภ.7 เน้นหนักในการป้องกันอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมที่กระทบต่อความเชื่อมั่น ในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรามีการปฏิบัติงานที่สัมพันธ์กันทุกจังหวัด ได้ให้ทุกจังหวัดนำข้อมูลการเกิดอาชญากรรมในพื้นที่มาวิเคราะห์จุดเสี่ยง ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ต.ค.69 ผบช. ภ.7 ได้มอบหมายให้ตั้งจุดตรวจสัมพันธ์ โดยทุกสถานีตำรวจตั้งจุดตรวจพร้อมกันโยงใยในลักษณะ “เครือข่ายใยแมงมุม” เพื่อสกัดอาชญากรรม ในที่สาธารณะโดยพร้อมเพรียงกัน ตามมาตรการวิเคราะห์จุดเสี่ยง สกัดเหตุเชิงรุก โดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กรุณาเป็นประธานปล่อยแถว และต่อมาวันที่ 13 ต.ค.69 เวลา 06.00-08.00 น. ได้เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เชื่อว่ามีอาวุธปืน และยาเสพติดในทุกพื้นที่พร้อมกัน 104 สถานีตำรวจ รวม 141 เป้าหมาย สรุปผลการปฏิบัติรวม 2 วัน จับกุมผู้ต้องหาได้ 167 ราย จับกุมอาวุธปืน 24 กระบอก เป็นปืนไม่มีทะเบียน จำนวน 21 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 94 นัด ปฏิบัติการดังกล่าวเชื่อว่าจะส่งผลป้องกันการใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุได้ เป็นการป้องกันก่อนเกิดเหตุ นอกจากนี้ยังมีผลการจับกุมยาบ้ากว่า 14,000 เม็ด และยาเสพติดชนิดอื่นๆ พร้อมบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่ง ในส่วนของงานป้องกันปราบปรามอจะเน้นหนักให้เข้าถึงพี่น้องประชาชน ทำให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานอย่างมาก


สำหรับในพื้นที่ตำรวจภูธร ภ.7 ได้มอบนโยบายให้รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภ.7 ผู้บังคับการและหัวหน้าหน่วยในทุกระดับแล้วว่า เราเน้นหนักการป้องกันเหตุหรือการสืบสวนจับกุม ก่อนที่จะเกิดเหตุรุนแรง แต่หากมีเหตุเกิดขึ้นต้องรีบจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จากนี้ไปขอมอบให้ พล.ต.ต.ประสพชัย มัสยวนิชกูล รอง ผบช.ภ.7 ที่รับผิดชอบงานสืบสวนแถลงผลการปฏิบัติว่า เรามีทีมงานที่เข้มแข็งและร่วมมือกันทำงานมาโดยตลอด ในห้วงเดือน ต.ค.69 มีผลการปฏิบัติ 3 คดีสำคัญได้แก่ พยายามฆ่า 2 คดี ในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี 1 คดี และในจังหวัดเพชรบุรี 1 คดี ซึ่งจับกุมผู้ต้องหาพร้อมอาวุธปืนของกลางได้อย่างครบถ้วน ส่วนอีกคดีเป็นการสืบสวนจับกุมขบวนการขนบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ ในพื้น จ.สมุทรสาคร ข้อมูลคดีสำคัญของงานสืบสวน 3 คดี ประกอบด้วย 1.คดีมือปืนยิงอดีตกำนัน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี จับกุมมือปืนพร้อมผู้ช่วยซ่อนเร้นหลักฐาน รวม 4 ราย เมื่อวันที่ 6 ต.ค.69 เวลาประมาณ 06.15 น. คนร้าย 2 คนใช้อาวุธปืนขนาด .45 ประกบยิง รถยนต์ของอดีตกำนันตำบลหนองจอก อ.61 ปี ขณะขับรถลงจากสะพานข้ามทางรถไฟ ต.หนองกระเจ็ด อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รถได้รับความเสียหายหลายจุด แต่ผู้เสียหายไม่ได้รับบาดเจ็บ ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.7 ภ.จว.เพชรบุรี และ สภ.บ้านลาด ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และพยานนิติวิทยาศาสตร์จนศาลออกหมายจับ และเมื่อวันที่ 9 ต.ค.69 จับกุม นายอนุสรณ์ อ.40 ปี (มือยิง) และ น.ส.กัญญาภัทร อ.31 ปี ได้ที่ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมอาวุธปืนขนาด .45 เครื่องกระสุนปืน 7 นัด และของกลางรวม 23 รายการ ต่อมาขยายผลพบว่าพี่ชายและหลานสาว ของผู้ก่อเหตุช่วยสลับรถและดัดแปลงสภาพรถที่ใช้ก่อเหตุเพื่อซ่อนเร้นหลักฐาน จึงจับกุมเพิ่มอีก 2 ราย เมื่อวันที่ 14 ต.ค.69 รวมจับกุม 4 ราย ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน” และ “ร่วมกันทำลาย ซ่อนเร้นพยานหลักฐานเพื่อช่วยผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษฯ” 2. คดีลวงหนุ่มซ่อมรถ ดักซุ่มยิงเจ็บสาหัส อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี-รวบครบ 3 ราย ใน 21 ชั่วโมง


เมื่อวันที่ 4 ต.ค.69 ชาย อ.21 ปี ถูกหญิงสาวออกอุบายล่อให้มาช่วยซ่อมรถ จยย. ก่อนถูกกลุ่มวัยรุ่นซึ่งดักซุ่มรออยู่ขับรถไล่ยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส มีมูลเหตุจากความหึงหวง ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.7 ร่วมกับ ภ.จว.สุพรรณบุรี และ ภ.จว.กาญจนบุรี แกะรอยข้ามจังหวัดไปจนถึงรีสอร์ทใน อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี จับกุม นายดนุเดช อ.22 ปี (มือยิง) นายสิรวิชญ์ อ.19 ปี (ผู้ขับขี่) และ น.ส.สุพรรษา อ.21 ปี (ผู้ล่อลวง) ได้ครบ ใช้เวลาเพียง 21 ชั่วโมง ยึดอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน 3 นัด โดยแจ้งข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่น และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน” 3.จ.สมุทรสาคร สภ.บางโทรัด ซึ่งรับผิดชอบเส้นทางถนนพระราม 2 ได้สืบสวนหาข่าวทั้งช่องทางออนไลน์และในพื้นที่ ร่วมกับ บก.สส.ภ.1 ขยายผลจากการจับกุมการลักลอบขนย้ายบุหรี่ไฟฟ้าล็อตใหญ่จากภาคใต้ 9,600 ชิ้น มูลค่าประมาณ 1.7 ล้านบาท


พล.ต.ต.ประสพขัยฯกล่าวต่อว่า จ.สมุทรสาคร สามารถจับกุมคดีสำคัญในช่วงเดือน ก.ย.69 ทลายขบวนการฉ้อโกงขายฝากที่ดินด้วยเอกสารราชการปลอม มูลค่ารวม 25.8 ล้านบาท โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นทายาทเจ้าของที่ดิน ใช้โฉนดและเอกสารปลอมหลอกผู้เสียหาย อ.69 ปี ทำสัญญาขายฝากที่ดิน สูญเงิน 15.8 ล้านบาท ต่อมากลุ่มคนร้ายเดิมนัดหลอกขายฝากที่ดินอีก 10 ไร่ มูลค่า 10 ล้านบาท สภ.เมืองสมุทรสาคร จึงวางแผนแฝงตัวร่วมกับเจ้าพนักงานที่ดิน จับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ณ สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรสาคร สกัดความเสียหายได้อีก 10 ล้านบาท และขยายผลเส้นทางการเงินจนศาลออกหมายจับเพิ่ม รวมถึงผู้สั่งการ รวมจับกุมทั้งขบวนการ 9 ราย แจ้งข้อหา “ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม และร่วมกันฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น”ส่วนที่ อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี วันที่ 27 ก.ย.69 มีคดีฆาตกรรมยกครัว 3 ศพ เป็นชาย อ.41 ปี หญิง อ.44 ปี และ ด.ช.อ.6 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. ภายในบ้านพัก ต.หนองผักนาก ตร.ภ.7 ระดมทีมสืบสวน บก.สส.ภ.7 กก.สส.ภ.จว.สุพรรณบุรี และ สภ.สามชุก ตรวจสอบพยานบุคคลและกล้องวงจรปิดจนทราบตัวผู้ก่อเหตุ และได้ขออนุมัติศาล จ.สุพรรณบุรีออกหมายจับ จากนั้นได้จับกุมตัว นายชัชชัย (สงวนนามสกุล) อ.44 ปี พร้อมของกลาง โดยแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืน” เบื้องต้นอ้างมูลเหตุจากเรื่องส่วนตัว


ทั้งนี้ได้ ผบช.ภ.7 ได้กล่าวชื่นชมข้าราชการตำรวจทุกนาย ที่ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันว่า ตร.ภ.7 จะเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุก และป้องกันปราบปรามยาเสพติดตามวาระแห่งชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตามวิสัยทัศน์ “ตำรวจภูธรภาค 7 บังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา” ฝากถึงพี่น้องประชาชนหากมีข้อมูลเบาะแสการกระทำผิดกฎหมาย แจ้งเบาะแส หรือเหตุด่วนเหตุร้ายได้ที่สายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันป้องกันเหตุและดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคม
ผู้สื่อข่าว นายพิสิษฐ์ ปานวณิชยกิจ (15 ต.ค.69)
ผู้ช่วยผู้สื่อข่าว น.ส.ศิวาพร ศรีศิวานุวัฒน์ (จ.นครปฐม)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *