ไซเบอร์มือไว บก.สอท.3 สนธิกำลัง ตร.ทางหลวง และ สภ.ดอกคำใต้ บุกรวบทับคาบ้านพักที่พะเยา “นายวทัญญู” ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ โยงเครือข่ายฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน ยึดรถหรูและสมุดบัญชีเป็นของกลาง

เมื่อเวลา13.00น.วันที่16 ต.ค. 2569ภายใต้การอำนวยการสั่งการของชุดพนักงานสอบสวนและชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 พร้อมด้วยชุดจับกุมจาก กก.1 บก.สอท.3, ส.ทล.5 กก.5 บก.ทล. (ตำรวจทางหลวง) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดอกคำใต้ สนธิกำลังบูรณาการร่วมกันเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีสำคัญ


เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้คือ นายวทัญญู (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 8 ตำบลดงสุวรรณ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา โดยสามารถจับกุมตัวได้บริเวณหน้าบ้านเลขที่ดังกล่าว พร้อมตรวจยืดของกลางประกอบด้วย สมุดบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำนวน 1 เล่ม (ชื่อบัญชี บ.สุวรรณกรุงเทพมหานครนมหาลำลาภ) และรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเอฟเวอร์เรสต์ สีขาว หมายเลขทะเบียน 9กฮ 4664 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ภายในบริเวณบ้าน
สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า พบนายวทัญญู บุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.500/2569 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2569 หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านดงสุวรรณ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและนำกำลังเข้าตรวจสอบ


เมื่อชุดจับกุมเดินทางไปถึง พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับยืนอยู่บริเวณหน้าบ้าน จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแสดงบัตรประจำตัว และแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาอ่านจนเป็นที่เข้าใจ นายวทัญญูฯ ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน
เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่ากระทำความผิดฐาน:
“ร่วมกันหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานข้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระ, นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น, ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน, หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา”


ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแจ้งสิทธิของผู้ต้องหาอย่างครบถ้วน รวมถึงปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 22 โดยมีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ชั้นจับกุมจนถึงชั้นควบคุมตัว พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.3 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลกวาดล้างเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการต่อไป.,

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *