ึ๊ตม.นครพนมขานรับนโยบาย ผบช.สตม. บุกตรวจคาราโอเกะกลางดึก 2 แห่ง รวบ 9 ราย พบหญิงลาวลอบทำงาน 7 ราย นายจ้างไทยถูกดำเนินคดี

นครพนม – ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม สนธิกำลังจัดหางานจังหวัดและตำรวจ สภ.ศรีสงคราม เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบร้านคาราโอเกะ 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอศรีสงคราม หลังสืบทราบเบาะแสการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ส่งสายลับแฝงตัวเป็นลูกค้าก่อนเข้าตรวจสอบ จับกุมผู้ต้องหารวม 9 ราย เป็นหญิงสัญชาติลาว 7 ราย และนายจ้างชาวไทย 2 ราย ขานรับนโยบายผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยกระดับปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมืองและการจ้างแรงงานต่างด้าวโดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางคืนวันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนปราบปรามตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม (ตม.จว.นครพนม) บูรณาการกำลังร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการประเภทร้านคาราโอเกะในเขตอำเภอศรีสงคราม หลังได้รับข้อมูลจากการสืบสวนว่ามีการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
เจ้าหน้าที่ได้วางแผนส่งสายลับเข้าไปแฝงตัวเป็นลูกค้าภายในสถานประกอบการเป้าหมายจำนวน 2 แห่ง พื้นที่ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพื่อสังเกตพฤติการณ์และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างแรงงานต่างด้าว
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีหญิงสัญชาติลาวทำงานให้บริการภายในร้านทั้ง 2 แห่ง เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบเอกสารประจำตัว หลักฐานการเดินทางเข้าประเทศ และสิทธิในการทำงาน ก่อนจับกุมผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดรวม 9 ราย แบ่งเป็นนายจ้างชาวไทย 2 ราย และหญิงสัญชาติลาว 7 ราย

สำหรับนายจ้างชาวไทย 2 ราย ประกอบด้วย นายจิรภาส (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ถูกกล่าวหาว่ารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายกำหนด ส่วนอีกรายคือ นายทวีศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ถูกกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับการรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุม

ขณะที่หญิงสัญชาติลาวจำนวน 7 ราย อายุระหว่าง 20–35 ปี จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า 5 ราย เดินทางเข้าประเทศไทยโดยได้รับการยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยว (ผ.ผ.30) แต่ถูกกล่าวหาว่าทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับ ส่วนอีก 2 ราย ไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางต่อเจ้าหน้าที่ขณะตรวจสอบ และถูกกล่าวหาว่าเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวอยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 พ.ต.อ.มณุวัฒน์ กอสนาน รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 และ พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม โดยมอบหมายให้ พ.ต.ท.สุภมิตร กะตะศิลา รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม และ พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนครพนม พร้อมกำลังชุดสืบสวนปราบปราม ลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การดำเนินการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่กำชับให้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวนเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การหลบหนีเข้าเมือง การอยู่เกินกำหนดอนุญาต การใช้สิทธิการพำนักผิดวัตถุประสงค์ ตลอดจนการใช้เอกสารโดยมิชอบ และการลักลอบทำงานของคนต่างด้าว
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการตรวจสอบสถานประกอบการที่มีพฤติการณ์เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย การป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นแหล่งหลบซ่อนของบุคคลที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดนครพนมซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรวจสอบเอกสารและสิทธิในการทำงานของแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนรับเข้าทำงาน เพื่อป้องกันการกระทำผิดและการถูกดำเนินคดี หากประชาชนพบเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายคนเข้าเมือง สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 1178
ประทีป วชิระธัญญากุล / นครพนม รายงาน











