สุรินทร์ – สาวถูกแก้วเหล้าฟาดหน้าเสียโฉม เปิดใจทุกข์หนัก กระทบชีวิตและจิตใจ ครอบครัวแบกค่ารักษากว่า 1.6 แสนบาท

สุรินทร์ – ความคืบหน้ากรณี น.ส.อาภัสสรณ์ หรือ “น้องโอ๋” อายุ 27 ปี ถูกชายวัย 43 ปี ใช้แก้วเหล้าทำร้ายบริเวณใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ไผ่ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ล่าสุดผู้เสียหายเปิดเผยถึงความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ หลังมีบาดแผลและรอยแผลเป็นบนใบหน้า ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และความมั่นใจ ขณะที่ครอบครัวเผยแบกรับค่ารักษาพยาบาลแล้วกว่า 160,000 บาท

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 00.40 น. โดยผู้เสียหายระบุว่า ก่อนเกิดเหตุได้เข้าไปนั่งรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มภายในร้าน พร้อมยอมชนแก้วกับผู้ก่อเหตุหนึ่งครั้งตามมารยาท แต่เมื่ออีกฝ่ายพยายามเข้ามาใกล้และขอชนแก้วอีกหลายครั้ง เธอจึงปฏิเสธและพยายามหลีกเลี่ยง ก่อนจะถูกใช้แก้วเหล้าตีเข้าที่ใบหน้าอย่างรุนแรงจนล้มหมดสติ พลเมืองดีรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลรัตนบุรี ก่อนส่งต่อไปยังโรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์และเข้ารับการรักษาต่อเนื่อง
น้องโอ๋เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทุกครั้งที่เห็นบาดแผลและรอยแผลเป็นบนใบหน้าผ่านกระจก ทำให้เกิดความทุกข์ใจอย่างหนัก จนบางครั้งรู้สึกสิ้นหวังและไม่อยากมีชีวิตอยู่ ต้องสวมหน้ากากเพื่อปกปิดบาดแผล ขณะที่สภาพจิตใจได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาด้านการเข้าสังคมและการทำงาน

ด้านนางพัชรี น้าสาวผู้เลี้ยงดูน้องโอ๋ กล่าวว่า ในช่วงแรกญาติฝ่ายผู้ก่อเหตุเคยเข้ามาพูดคุยเรื่องการรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล ทำให้ครอบครัวตัดสินใจพาหลานเข้ารับการรักษาด้านศัลยกรรม อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุไม่ได้เดินทางมาเยี่ยมหรือช่วยเหลือค่าใช้จ่ายโดยตรงแต่อย่างใด
นางพัชรีระบุว่า ปัจจุบันครอบครัวมีค่าใช้จ่ายในการรักษาแล้วกว่า 160,000 บาท และหากต้องการผ่าตัดเพื่อปรับปรุงสภาพบาดแผลให้ดีขึ้น อาจต้องใช้เงินอีกประมาณ 300,000 บาทต่อการผ่าตัดหนึ่งครั้ง ส่งผลให้ครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมาก

ขณะที่ทนายลักธ์วิวิศน์ จินดาศรี ทนายความของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ผู้เสียหายยังคงมีความเครียดจากผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยที่ผ่านมาอีกฝ่ายพยายามเจรจา แต่มีเงื่อนไขว่าจะชดใช้ค่าเสียหายในชั้นศาลเท่านั้น ทำให้ฝ่ายผู้เสียหายตัดสินใจไม่ประสงค์เจรจาไกล่เกลี่ยต่อ และต้องการให้ดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมจนถึงที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.คารม บุญสด ผู้กำกับการ สภ.รัตนบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการสอบสวนและนำผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุ โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาตามที่ปรากฏในสำนวน ได้แก่ ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส กระทำอนาจาร และทำให้เสียทรัพย์ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ทีมข่าวภูมิภาค จ.สุรินทร์












