รองปลัดมหาดไทย “อโรชา นันทมนตรี” รับมอบโล่หน่วยงานและองค์กรที่ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วมจากผลงาน “ธรรมาภิบาลการจัดการน้ำจังหวัดนครปฐม” ภายใต้การขับเคลื่อนของจังหวัดนครปฐมร่วมกับมูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีนนครปฐม มุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

วันนี้ (29 ต.ค. 69) เวลา 13.30 น. ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางสาวอโรชา นันทมนตรี รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ด้านบริหาร เข้ารับมอบโล่รางวัลหน่วยงานและองค์กรที่ขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม จาก นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ จากผลงาน “การขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติสู่การพัฒนาระบบอภิบาลน้ำจังหวัดนครปฐม” ด้วยแนวคิด 3 มติ สู่ระบบอภิบาลร่วม : จากลุ่มน้ำท่าจีน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม คนที่ 47 ในฐานะผู้นำการบูรณาการภาคีเครือข่าย ซึ่งมี “มูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีนนครปฐม” เป็นองค์กรขับเคลื่อนจนประสบผลสำเร็จ

สำหรับผลงาน “การขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติสู่การพัฒนาระบบอภิบาลน้ำจังหวัดนครปฐม” เป็นการนำมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติมาขับเคลื่อนเชื่อมโยงกัน 3 มติ ได้แก่ มติความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต มติการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลไกบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ และมติการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยกลไกพื้นที่ ซึ่งทั้ง 3 ส่วนมีความเชื่อมโยงกันด้วยทรัพยากรที่สำคัญ คือ “น้ำ” อันเป็นฐานของความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสุขภาวะของประชาชน จึงส่งผลโดยตรงต่อการผลิตอาหาร การดำรงชีวิต และการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน จึงเป็นที่มาของการนำ “ระบบอภิบาลน้ำจังหวัดนครปฐม” มาเป็นกรอบร่วมให้ทุกภาคส่วนมีบทบาท และเป็นเจ้าของร่วมในการพัฒนา โดย “จังหวัด” ทำหน้าที่เป็นผู้นำเชิงนโยบาย กำหนดทิศทางและบูรณาการการทำงาน “องค์การบริหารส่วนจังหวัด” ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและทรัพยากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานกับชุมชน และ “มูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีนนครปฐม” ทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการผสานภาคี เชื่อมความรู้ ประสบการณ์ และพลังของคนในพื้นที่ให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน

.
สำหรับ “มูลนิธิลุ่มน้ำท่าจีนนครปฐม” มีความสำคัญในฐานะกลไกกลางที่ช่วยผสานพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลุ่มน้ำ ทำให้ความรู้จากพื้นที่ ประสบการณ์ของประชาชน ข้อมูลทางวิชาการ และการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ สามารถเชื่อมโยงกันได้ และจากข้อมูล ความรู้ และความร่วมมือ จึงได้รับการพัฒนาเป็น “Nakhon Pathom Water Governance Model” หรือ “ธรรมาภิบาลการจัดการน้ำจังหวัดนครปฐม” ที่เชื่อมโยงภาคส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานร่วมกันบนเป้าหมายเดียวกัน ลดการทำงานที่แยกส่วน และสร้างความเป็นเจ้าของร่วม ในการจัดการทรัพยากรน้ำ” สะท้อนการบริหารจัดการเชิงระบบที่เป็นการอภิบาลร่วมโดยทุกฝ่าย ทั้งการวางแผน ตัดสินใจ ดำเนินงาน และติดตามผล จนเกิดผลลัพธ์ คือ ความมั่นคงด้านน้ำ ชุมชนที่เข้มแข็ง สุขภาวะที่ดี การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การดูแลสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน จึงเป็นการยืนยันว่า มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติไม่ได้เป็นเพียงข้อเสนอเชิงนโยบาย แต่สามารถเปลี่ยนเป็น “การปฏิบัติจริง” และพัฒนาเป็นระบบที่สามารถเรียนรู้และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้.
ทีมข่าว/จ.นนทบุรี /รายงาน











