รอง ผอ.ศปก.ปกป.ภาค 3 ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของจังหวัดภาคเหนือตอนบนเพื่อบูรณาการแผนการป้องกันไฟป่าและหมอกควัน

วันที่ 16 มกราคม 2569 พล.ท. วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 มอบหมายให้ พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันและฝุ่นละอองภาค 3 ติดตามการดำเนินงานของจังหวัดลำพูน ลำปาง และที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปแผนการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆเตรียมความพร้อมในการบูรณาการงานด้านกำลังพล เครื่องมือเทคโนโลยีสำหรับใช้ในการปฏิบัติงานด้านป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองในพื้นที่

พล.ท.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ฝุ่นควันในช่วงนี้พบว่า สภาพอากาศเกิดค่าฝุ่นละอองฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าระหว่าง 7.4 – 42.6 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ “ดีมาก ถึง เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ”เนื่องจากการสะสมของฝุ่นละอองภาพรวมภาคเหนือซึ่งพบว่าการระบายอากาศอยู่ในเกณฑ์ “ไม่ดี” ขณะที่ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะปิด ซึ่งทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น ดังนั้นในช่วงนี้ขอความร่วมมือจากประชาชนงดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเกษตรกรงดเผาวัชพืช เศษกิ่งใบลำไย ตอซังข้าวและเศษวัสดุทางการเกษตร ที่สำคัญควรงดเผาในที่โล่งต่างๆ และงดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)
ด้านนายกฤติชัย ธรรมสอน ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ กล่าวว่าในปีงบประมาณ 2569 ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือมีแผนในการบรรเทาปัญหาหมอกควันและไฟป่าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับป่าไม้และดัดแปรสภาพอากาศเพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กห้วงเดือน ก.พ. – พ.ค.69 โดยใช้เครื่องบินขนาดเล็ก 1 ลำที่จังหวัดตากและจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับการขึ้นบินเพื่อใช้เทคนิคดัดแปรสภาพอากาศที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งปัจจุบันมีการก่อสร้างชุดเครื่องผลิตสารฝนหลวง( น้ำแข็งแห้ง ) ที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือเพื่อรองรับการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ในปี 68 ที่ผ่านมาศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือได้ปฏิบัติการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)ร่วมกัน 5 หน่วยได้แก่ หน่วยเชียงใหม่ ตาก พิษณุโลก แพร่และหน่วยนครสวรรค์ ระหว่างวันที่ 2 ธ.ค. 67 – 15 พ.ค.68 มีการใช้อากาศยาน 10 ลำปฏิบัติการ 161 วัน 1,308 เที่ยวบินใช้น้ำปรับลดอุณหภูมิจำนวน 709,800 ลิตร และใช้สารฝนหลวงจำนวน 570.30 ตัน และมีภารกิจตักน้ำดับไฟป่าโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการ 76 เที่ยวบินรวม 13 ช.ม. 55 นาทีในพื้นที่ 2 จังหวัด 3 อำเภอ
ขณะที่การบรรเทาปัญหาภัยแล้งและเพิ่มน้ำต้นทุนในพื้นที่การเกษตรและเขื่อนเก็บกักน้ำภาคเหนือตอนบนตั้งแต่ 31 มี.ค.-31 ก.ค.68 ขึ้นปฏิบัติการ 49 วัน 148 เที่ยวบินมีฝนตกจากการปฏิบัติงานร้อยละ 91.84











