ม.ราชภัฏเลย จับมือรัฐ-เอกชนอุดรจัด”กิจกรรมงาน “Isan Soul to China’s Table: บุกตลาดจีนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์” และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอีสานสู่ตลาดจีน ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงสำหรับอาหารไทยพื้นถิ่นภาคอีสานในตลาดระเบียงเศรษฐกิจไทย- ลาว – จีน ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ไทย”

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 27 มกราคม 2569 ที่ห้องประชุมภาสกร 1 มณฑาทิพย์ฮอลล์ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ผศ.ดร.สุพรรณี พฤกษา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและประกันคุณภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เป็นประธานเปิดงานการรับฟังความคิดเห็นการพัฒนา Roadmap การส่งเสริมอาหารอีสานสู่ตลาดจีน และการแถลงข่าว “กิจกรรมงาน “Isan Soul to China’s Table: บุกตลาดจีนด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์”

โดยมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นประกอบด้วย ดร.สัญชัย เกียรติทรงชัย หน.โครงการวิจัย ม.ราชภัฏเลย น.ส.กนกวรรณ ดุงศรีแก้ว ผอ.ททท.สนง.อุดรธานี น.ส.ยุพาภรณ์ ส้มลิ้ม พาณิชย์จังหวัดอุดรฯ นายอิทธิพัทธ์ เตชะเพิ่มผล กรรมการหอการค้าอุดรธานี

ผศ.ดร.สุพรรณี ฯ กล่าวว่า โครงการวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) สังกัด สนง.สภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวง อว. ซึ่งมีบทบาทในการจัดสรรเงินทุนวิจัยในภาคอุตสาหกรรม 8 กลุ่มหลัก โดยงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยภายใต้กลุ่มท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดำเนินการในปีงบประมาณ 2568 

วัตถุประสงค์ในครั้งนี้ ประการแรกเพื่อ วิเคราะห์ศักยภาพ และความต้องการอาหารไทยพื้นถิ่นอีสานในตลาดระเบียงเศรษฐกิจไทย ลาว จีน ประการที่ 2 เพื่อจัดทำรูปแบบเนื้อหาการสื่อสาร และกิจกรรมการตลาดสำหรับผลผลิตภัณฑ์อาหารไทยพื้นถิ่นอีสานในระเบียงเศรษฐกิจไทย-ลาว-จีน ด้วยซอฟต์แวร์พาวเวอร์ของไทย ประการที่ 3 เพื่อคัดเลือกผลผลิตภัณฑ์อาหารไทยพื้นถิ่นอีสาน ที่มีศักยภาพและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่สอดคล้องกับตลาดและช่องทางการตลาดระเบียงเศรษฐกิจ ไทย-ลาว-จีน และประการที่ 4 จัดทำแผนที่เชิงกลยุทธ์ (Roadmap) การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารไทยพื้นถิ่นอีสานในตลาดระเบียงเศรษฐกิจไทย-ลาว-จีน ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

ผศ.ดร.สุพรรณี กล่าวต่อไปว่า ผลการดำเนินงานในครั้งนี้ทำให้ทราบถึงพฤติกรรมความต้องการอาหารไทยถิ่นอีสานของผู้บริโภคชาวจีนที่เมืองกว่างโจว ซึ่งเป็นหมุดหมายพื้นที่ในงานวิจัยครั้งนี้ เนื่องจากมีศักยภาพของการเป็นเมืองแห่งอาหารทางตอนใต้ของจีน จากนั้นจึงทำการคัดเลือกอาหารไทยพื้นถิ่นอีสาน ที่มีลักษณะสอดคล้องกับพฤติกรรมความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน ที่เมืองกว่างโจว 12 รายการ ไปทดลองตลาดตลาดที่เมืองกว่างโจว โดยทำงานร่วมกับกงสุลไทย ณ นครกว่างโจว สนง.ส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครกว่างโจว จากนั้นจึงนำมาปรับปรุงทั้งในรสชาติ รูปลักษณ์ รวมถึงฟิวชั่นอาหารเพื่อให้สามารถนำไปสู่การจำหน่ายได้ แล้วจึงจัดทำรูปแบบเนื้อหาการสื่อสารด้วยแนวคิดซอฟต์พาวเวอร์ไทยผ่านช่องทางออนไลน์ โดยการใช้ KOL (Key Opinion Leader) ชาวจีนที่มีอิทธิพลในการสื่อสารเรื่องราวผ่านแพลตฟอร์มยอดนิยมของจีน และร่วมมือกับ Karb Studio โดยนายสุทธิพงษ์ สุริยะ หรือ อ.ขาบ นักปั้นแบรนด์และFood Stylist ชื่อดัง จัดทำหนังสือ Zaab Lai (แซ่บหลาย) ส่งประกวดชิงรางวัลในงาน Gourmand World Cookbook Awards หรือ ออสการ์อาหารโลก ที่จัดขึ้นที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดิอาระเบีย จนได้รับรางวัลชนะเลิศ Best in the world

ในขั้นตอนสุดท้ายในงานวิจัยครั้งนี้ คณะนักวิจัยได้จัดประชุมระดมความคิดเห็นจากภาครัฐ เอกชน จากเมืองกว่างโจว และประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การจัดแผนที่เชิงกลยุทธ์ การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารไทยพื้นถิ่นอีสานในตลาดระบียงเศรษฐกิจไทย-ลาว-จีน ด้วยซอฟต์พาวเวอร์ของไทยเพื่อขับเคลื่อนขยายผลจากงานวิจัยในครั้งนี้ต่อไป

“ดิฉันเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ผลการวิจัยในครั้งนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการหลอมรวมพลังจากทุกภาคส่วน ทั้งในภาครัฐ ซึ่งมี ททท.สนง.อุดรธานี และ สนง.พาณิชย์จังหวัด และภาคเอกชนซึ่งมี หอการค้าจังหวัด และกลุ่ม Young Smart Farmer เพื่อร่วมกันผลักดัน “อาหารอีสาน” ให้สง่างามบนเวทีโลก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างสรรคและซอฟต์พาวเวอร์ของไทยตามนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน และในวาระพิเศษที่อุดรธานีจะได้เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในปีนี้ จึงถือเป็นโอกาสทองที่เราจะได้ใช้อัตลักษณ์ รสชาติไทยอีสานในการต้อนรับอาคันตุกะจากทั่วโลก เพื่อสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และนำความภาคภูมิใจกลับมาสู่พี่น้องชาวอีสานอย่างยั่งยืน”

///////////////////////

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *