สมุทรปราการ หนี ซ่อน สู้ จำลองเหตุคนร้ายบุกยิงในโรงเรียน เจ็บ 2 ดับ 1

โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ ซักซ้อมแผน “หนี ซ่อน สู้” เสริมทักษะรับมือเหตุกราดยิง ในโรงเรียน จำลองสถานการณ์เสมือนจริง ตร.ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุได้ตามยุทธการ
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ผู้บริหารสถานศึกษาจัดกิจกรรมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ “หนี ซ่อน สู้” ให้กับคณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนทุกระดับชั้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์บุคคลคลุ้มคลั่งใช้อาวุธปืนบุกเข้าพื้นที่สถานศึกษา โดยได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จาก สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน และผู้ปกครองที่เข้าร่วมสังเกตการณ์

การฝึกซ้อมครั้งนี้เป็นการจำลองเหตุการณ์เสมือนจริง กำหนดให้มีผู้ก่อเหตุถืออาวุธปืนบุกเข้ามาภายในโรงเรียน โดยเริ่มจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงเรียนเข้าระงับเหตุเบื้องต้น ก่อนถูกผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตภายในพื้นที่ จากนั้นผู้ก่อเหตุเดินบุกเข้าไปยังอาคารเรียนระดับอนุบาล ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา เคาะประตูห้องเรียนทุกห้องเพื่อสร้างสถานการณ์กดดัน
ตามแผนเผชิญเหตุ ครูประจำชั้นทำหน้าที่ควบคุมดูแลนักเรียนให้อยู่ภายในห้อง ปิดประตู ล็อกกลอน หลบในจุดอับสายตา งดส่งเสียง และปฏิบัติตามขั้นตอน “ซ่อน” อย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันผู้ก่อเหตุได้เคลื่อนเข้าสู่อาคารเรียนระดับมัธยมศึกษา ไล่ติดตามครูผู้ฝึกสอน และบุกเข้าไปภายในห้องเรียนก่อนใช้อาวุธปืนยิงหลายนัด ส่งผลให้มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้รับบาดเจ็บจากสถานการณ์จำลองจำนวน 2 ราย
ระหว่างนั้น ครูผู้ฝึกสอนพยายามเข้าต่อสู้และควบคุมตัวผู้ก่อเหตุ แต่ไม่สามารถยับยั้งได้ เนื่องจากผู้ก่อเหตุสะบัดหลบหนี ก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.บางแก้ว จะเข้าปิดล้อมและระงับเหตุตามแผนยุทธวิธี สามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ในที่สุด โดยสรุปผลการจำลองสถานการณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเสียชีวิต 1 ราย ตามสมมติฐานของแผนฝึกซ้อม
นางสาววรรณนิภา ขัติรัตน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ข่าวเหตุบุคคลคลุ้มคลั่งใช้อาวุธก่อเหตุในสถานศึกษาที่เกิดขึ้นหลายพื้นที่ พบว่าแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงเรียนจึงเห็นความจำเป็นต้องจัดการฝึกซ้อมแผน “หนี ซ่อน สู้” เพื่อสร้างความตระหนักรู้ เสริมทักษะการตั้งสติ และการปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุจริง โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน และผู้ปกครอง เพื่อบูรณาการการทำงานด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ
ทั้งนี้ การซักซ้อมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทบทวนแผนเผชิญเหตุ ประเมินจุดอ่อนจุดแข็งของระบบรักษาความปลอดภัย และยกระดับมาตรการป้องกันเชิงรุก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองและชุมชนโดยรอบว่าทางสถานศึกษามีความพร้อมในการบริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ
**
วิวรรธน์ ยั่งยืนเตชานนท์ สมุทรปราการ











