“บิ๊กต้น” พร้อมสานต่อนายกรักบี้ไทยลงชิงตำแหน่งสมัยที่ 3

พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ พร้อมสานต่องานรักบี้ ขอลงชิงเก้าอี้นายกสมาคมเป็นสมัยที่ 3 หวังว่าสโมสรสมาชิกจะเทใจให้คะแนน ส่วนผลงานที่ผ่านมา 2 สมัยเป็นสิ่งการันตีว่า “บิ๊กต้น” ทำจริง! พัฒนารอบด้านแบ่งภาคสร้างเยาวชน เวิลด์รักบี้ปรบมือ ทีมชาติไทยไปเวทีโลก

ในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้จะมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีวาระสำคัญคือการเลือกตั้งนายกสมาคมคนใหม่ เนื่องจาก “บิ๊กต้น” พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมคนปัจจุบันจะหมดวาระ หลังจากบริหารสมาคมมาแล้ว 2 สมัย
อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ยังไม่มีแคนดิเดตนายกสมาคมออกมา แต่ทาง พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คโดยมีใจความว่าต้องการที่จะสานต่องานสมาคมขอลงสมัครต่อการเป็นนายกสมาคมสมัยที่ 3
“สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าผมทำแล้วมีความสุข คือการได้อยู่กับกีฬา โดยเฉพาะกีฬารักบี้ ที่ได้มีโอกาสเป็น นายกสมาคมฯ มาถึง 8 ปี ถึงแม้จะเหนื่อยมากๆ แต่ก็มีความสุข ที่สามารถทำให้กีฬาที่ผมรัก ผมเล่นมาตั้งแต่เด็ก จนติดทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อย อีกทั้ง มีแต่กัลยาณมิตร เพื่อนพ้องน้องพี่ ที่อยู่กันมาตั้งแต่เด็ก หรือเพิ่งได้พบเจอกันแต่มีความจริงใจเปี่ยมล้น มาช่วยกันพัฒนา ช่วยสร้างกีฬารักบี้”
“ผมจึงขอประกาศ ตรงถึงพี่ๆน้องๆ ในวงการรักบี้ว่าจะขอลงสมัคร รับเลือกตั้ง นายกสมาคมกีฬารักบี้ฯ ต่ออีกหนึ่งสมัย หลังจากจะหมดวาระสมัยที่ 2 ในเดือนพฤษภาคมนี้ หวังว่า พี่ๆน้องๆ ในวงการรักบี้ของเราคงจะให้โอกาสผม สนับสนุนผม ให้ได้ทำงานต่อไปอย่างมีความสุข และ ขอให้ทุกคนเข้ามาช่วยกันพัฒนากีฬาที่เรารักไปด้วยกัน เพราะ เช่นเดียวกับการเมืองครับ ผมไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องหาคนจริงใจมาช่วยกัน”
สำหรับผลงานที่ผ่านมาในการบริหารสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทยของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ นั้นคือการยกระดับรักบี้ประเภท 7 คนทีมชาติไทยไปสู่ระดับโลก โดยเฉพาะทีมหญิงที่เข้าไปเล่นในระดับเวิลด์ซีรีส์ และยังทำอันดับเอเชียขึ้นไปติดท็อปทรี ส่วนทีมชายเลื่อนชั้นจากเอเชียโทรฟี่ ขึ้นมาอยู่เอเชียซีรีส์ และยังพาทีมชาติไทยคว้า 2 เหรียญทองซีเกมส์ได้ในรอบ 18 ปี นอกจากนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งสหพันธ์รักบี้แห่งอาเซียน
ด้านการพัฒนาระบบเยาวชนได้มีการก่อตั้งสาขารักบี้เป็นภูมิภาค 4 ภาค เหนือ, กลาง, อีสาน และ ใต้ พร้อมให้งบประมาณลงไปสนับสนุนแต่ละภาคในการสร้างนักรักบี้ขึ้นมาจนสัมฤทธิ์ผลมีจำนวนนักรักบี้เพิ่มหลายพันคนและเกิดทีมเพิ่มมากขึ้นหลายร้อยทีม
ส่วนในการสานสัมพันธ์ระดับนานาชาติทั้งเวิลด์รักบี้และเอเชียรักบี้ก็ให้การยอมรับประเทศไทยภายใต้การนำของ พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ มีการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่สหพันธ์รักบี้แห่งเอเชียถึง 2 ครั้ง และยังมีการนำถ้วยรักบี้ชิงแชมป์โลกมาจัดแสดงในไทย
นอกจากนี้ยังเห็นความสำคัญของความปลอดภัยของนักกีฬา จึงได้ให้การส่งเสริมและยกระดับทีมแพทย์ของกีฬารักบี้ นำโดย อ.ดร.กภ. นิภาพร อัครกิตติโชค อาจารย์ประจำภาควิชากายภาพบำบัด คณะสหเวชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปัจจุบันเป็น World Rugby Medical Trainer และทางเวิลด์รักบี้ยังไว้วางใจให้ อ.ดร.กภ. นิภาพร อัครกิตติโชค เปิดอบรม World Rugby Educator ขึ้นที่ประเทศไทย และที่สำคัญปัจจุบันทีมแพทย์และกายภาพของกีฬารักบี้ในไทยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ด้านการส่งเสริมฝ่ายผู้ตัดสินก็ได้มีการตอบรับจากต่างประเทศในการส่งตัวผู้ตัดสินไทยไปทำหน้าที่ในเกมระดับนานาชาติล่าสุดก็มี “เปาท็อป“ เดชดนัย วงษ์ยืน ผู้ตัดสินไทย ทำหน้าที่ตัดสินใน คู่ชิงชนะเลิศรายการชิงแชมป์ระดับชาติของประเทศศรีลังกา และ “เปาครีม“ ดลยากร ผูกน้อย ผู้ตัดสินหญิงหนึ่งเดียวของไทยเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ตัดสินในการแข่งขัน รักบี้ฟุตบอลหญิง ชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครั้งที่ 1 ณ รัฐเซอลาโงร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ถือว่าเป็นการเพิ่มประสบการณ์และโอกาสผู้ตัดสินไทยในเวทีนานาชาติ











