กาญจนบุรี ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมประเพณีสงกรานต์ และสรงน้ำขอพร พระพุทธรัตนสังขละบุรีศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว)

กาญจนบุรี ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมประเพณีสงกรานต์ และสรงน้ำขอพร พระพุทธรัตนสังขละบุรีศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว) พระพุทธรูปสำคัญที่รัชการที่ 3 พระราชทานให้เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรี
วันที่ 2 เมษายน 2569 ที่ชาวบ้านสะเนพ่อง ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งชุมชนชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง รวมทั้งประชาชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมงานประเพณี สงกรานต์บ้านสะเนพ่อง ซึ่งถือเอาวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 5 ของทุกปีเป็นวันมหาสงกรานต์ประจำปี สำหรับปี 2569 ชาวกระเหรี่ยงในพื้นที่ต่างสวมชุดพื้นเมืองกะเหรี่ยงที่มีทั้งสีสันสดใส แดง ชมพู น้ำเงิน ม่วง ฟ้า เหลือง รวมถึงสีขาวบริสุทธิ์ เดินทางมาที่วัดสะเนพ่อง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานสงกรานต์ของหมู่บ้านในทุกปี
ประเพณีสงกรานต์ของชาวบ้านสะเนพ่อง นั้นไม่ได้เน้นความสนุกสนาน แต่เน้นพิธีกรรมที่สืบทอดต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยกิจกรรมช่วงเช้าของวันนี้ เริ่มต้นด้วยพิธีตักบาตรใต้ต้นโพธิ์ ที่อยู่ด้านหลังวัดสะเนพ่อง ชาวบ้านและผู้มาร่วมงานทั้งหมดจะมารวมกันที่ใต้ต้นโพธิ์ใหญ่ ที่แผ่กิ่งก้านให้ความร่มเย็น
เมื่อถึงเวลาพระสงฆ์ได้เดินทางมายังลานพิธีใต้ต้นโพธิ์ที่ได้จัดเตรียมไว้ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และให้ผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกันรับศีล 5(เบญจศีล) ต่อมาทุกคนที่มาร่วมงานจึงได้ร่วมกันตักบาตรข้าวสุก จากนั้นก็กรวดน้ำแผ่บุญกุศลให้กับพ่อแม่ ญาติสนิท มิตรสหายที่ล่วงลับ เจ้ากรรมนายเวร รุกขเทวดา เจ้าป่าเจ้าเขา เพื่อความเป็นสิริมงคล


สำหรับพิธีกรรมดังกล่าวมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่าในพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ใช้ต้นโพธิ์เป็นที่ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ชาวบ้านที่นี่จึงถือต้นโพธิ์ เป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ จึงได้ระลึกถึงคุณงามความดีการร่วมกันตักบาตรใต้ต้นโพธิ์ ก็เสมือนกับได้ตักบาตรต่อหน้าพระพุทธเจ้านั่นเอง..เสียง นายทิวา คงนานดี รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่
ต่อจากนั้นจึงมาถึงพิธี “ค้ำต้นโพธิ์ หรือ “ขอขมาต้นโพธิ์” ซึ่ง ชาวบ้านจะนำไม้ไผ่ที่เตรียมมาจากบ้าน มาค้ำยัน กิ่งก้าน และลำต้นของต้นโพธิ์ นอกจากการนำไม้ไผ่มาค้ำต้นโพธิ์แล้ว ชาวบ้านยังนำดอกไม้ธูปเทียน น้ำขมิ้นส้มป่อย มาทำความสะอาดต้นโพธิ์และไหว้เพื่อขอขมาต้นโพธิ์ ทำให้บริเวณลานโพธิ์ที่เคยว่างเปล่ามีไม้ไผ่จำนวนหลายร้อยกระบอก ค้ำกิ่งก้านต้นโพธิ์โดยรอบ


ชาวกะเหรี่ยงบ้านสะเนพ่องมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า การค้ำต้นโพธิ์ เสมือนเป็นการค้ำชูพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเชื่อกันว่า กุศลในการถวายไม้ค้ำโพธิ์เป็นการฝากชีวิตให้กับต้นโพธิ์ช่วยคุ้มครองดวงชะตาให้เจริญขึ้น ไม่ตกต่ำ มีคนช่วยเหลือค้ำชู มีอายุมั่นขวัญยืน สุขภาพพลามัยแข็งแรง และยังเป็นการสะเดาะเคราะห์ ให้ผ่านพ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง รวมถึงเป็นการต่ออายุของตนเอง
จากนั้นชาวบ้านจะไปที่บริเวณลำห้วยโรคี่ ที่ไหลผ่านด้านหลังของวัดสะเนพ่อง เพื่อร่วมพิธีขอขมาสะพานและล้างสะพานที่ได้ช่วยกันสร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่ เพื่อไว้เดินทางข้ามไปมาหาสู่กัน เมื่อมาถึงบริเวณสะพาน ทุกคนก็จะพร้อมใจกันตักน้ำในลำห่วยโรคี่ มาล้างทำความสะพาน นำหินจากในลำน้ำมาวางบนสะพาน ก่อนจะนำน้ำขมิ้นส้มป่อยมาปะพรม รวมทั้งนำกระบอกไม้ไผ่ที่ภายในบรรจุน้ำไว้มาวางข้างๆสะพาน พร้อมดอกไม้ธูปเทียนที่เตรียมมา ก่อนที่เจ้าพิธีจะนำประกอบพิธีขอขมาสะพาน
ก่อนจะปิดท้ายพิธีกรรมในช่วงเช้า ด้วยการร่วมกันปล่อยปลาที่ได้จากการช่วยให้รอดมาจากแหล่งน้ำที่กำลังแห้งขอด เพื่อมาปล่อยในแม่น้ำให้ได้รอดพ้นจากความตาย


โดยชาวกะเหรี่ยงมีความเชื่อที่สืบต่อกันมาถึงการชำระล้างสะพาน และการปล่อยปลาในวันสงกรานต์ ว่า การชำระล้างสะพานนั้นเหมือนการชำระล้างสิ่งสกปรก นำอุปสรรคและสิ่งกีดขวางให้ออกไปจากชีวิต เพื่อให้ชีวิตปราศจากอุปสรรคและปัญหา ทำสิ่งใดก็จะประสบแต่ความราบรื่น
ส่วน การปล่อยปลามีคติความเชื่อสืบต่อกันมาว่า แม้จะตกอยู่ในห้วงที่ต้องตายก็จะผ่านพ้นจากความตาย ความทุกข์ ความโศก ไปได้ด้วยผลบุญที่ได้ปล่อยปลานั่นเอง


เมื่อเสร็จจากการปล่อยปลาแล้ว ผู้ที่มาร่วมพิธีทั้งเด็ก วัยรุ่น และคนเฒ่า คนแก่ ก็จะนำขัน หรือภาชนะอื่นที่เตรียมมา ตักน้ำในลำหวยโรคี่สาดใส่กันพอหอมปากหอมคอ ช่วยให้คลายร้อน ก่อนแยกย้ายกันพักพ่อน เพื่อรอพิธีสรงน้ำพระแก้วในช่วงบ่าย
ต่อมาในช่วงบ่าย ได้มีพิธีอัญเชิญพระแก้วขาว (พระรัตนสังขละบุรี ศรีสุวรรณ) พระคู่บ้านคู่เมือง ออกจากที่ประดิษฐาน ในศาลาวัดสะเน่พ่อง มายังศาลาพิธีด้านหน้าวัดสะเนพ่อง โดยในทุกๆ ปี จะมีการสร้างขึ้นมาจากไม้ไผ่และวัสดุจากธรรมชาติที่หาได้ในหมู่บ้าน ก่อนจะประดับประดาสถานที่ด้วยริ้วธง ตุง และดอกไม้ เพื่อให้ดูสวยงาม เหมาะแก่การใช้เป็นสถานที่สรงน้ำพระแก้วขาว
หลังจากพระสงฆ์เจริญพุทธมนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระภิกษุ และแม่ชี จะเริ่มทำการสรงน้ำพระแก้วขาว โดยน้ำที่ใช้เป็นน้ำที่ใส่น้ำหอม แป้ง ขมิ้น และลูกส้มป่อย ที่ผ่านการเผาแล้ว ทำให้น้ำมีกลิ่นหอม ซึ่งถือว่าเป็นน้ำมงคล


จากนั้นก็ให้ชาวบ้านที่มาร่วมงานจะได้สรงน้ำพระแก้วขาว เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งปีนี้มีผู้ที่มาร่วมพิธีสรงน้ำพระแก้วขาวจำนวนกว่า 3,000 คน ซึ่งน้อยกว่า ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาเรื่องราคาน้ำมันในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีที่สูงขึ้นและหาซื้อได้ยากขึ้น
พระพุทธรัตนสังขละบุรีศรีสุวรรณ (พระแก้วขาว) พระคู่บ้านคู่เมืองอำเภอสังขละบุรี ที่สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่3)พระราชทานให้พระยาศรีสุวรรณคีรีที่1 เมื่อครั้งไปร่วมพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คนกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าทุ่งใหญนเรศวรด้านตะวันตกของสยาม ในอดีตพระพุทธรัตนสังขละบุรี (พระแก้วขาว) เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ประดิษฐานบนฐานชุกชี เรียงกัน 3 ชั้น ที่ทำจากโลหะเงิน องค์พระมีขนาดหน้าตัก กว้าง 5 นิ้ว หล่อจากแก้วใส
พระแก้วขาว เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองสังขละบุรี อยู่ที่วัดสะเนพ่อง มานานกว่า 200 ปี เป็นพระพุทธรูปที่ชาวกะเหรี่ยงและพุทธศาสนิกชนให้ความศรัทธาเคารพนับถือมาก ประดิษฐานภายในวัดสะเนพ่อง ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ซึ่งจะการอัญเชิญมาประดิษฐานยังปะรำพิธีเป็นการชั่วคราวเพียงปีละ 1 ครั้ง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เพื่อให้ลูกหลานชาวกะเหรี่ยง ได้ร่วมสรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ส่วนพิธีการสุดท้าย คือ การสรงน้ำพระสงฆ์ โดยจะมีการนำไม้ไผ่ผ่าซีก มาวางต่อกันเป็นท่อยาวไปยังซุ้มอาบน้ำที่สร้างขึ้นมา โดยผู้ที่จะมาสรงน้ำพระจะเตรียมน้ำหอมน้ำปรุง มายืนรอข้างๆ รางไม้ไผ่ที่เตรียมไว
สังวรณ์ เมฆปั่น กาญจนบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *