แจงปัญหาเพลงรักสาวลูกสอง

แจงปัญหาเพลงรักสาวลูกสอง
“ธงชัย สว่างวงศ์” ศิลปินเพลงชื่อดัง ‘รักสาวลูกสอง’ เปิดใจทั้งน้ำตา แฉขบวนการแอบอ้างลิขสิทธิ์กรรโชกทรัพย์ พบเหยื่อพุ่งเป้าเกือบ 600 กว่าคดี ลามเรียกรับเงินค่ายเพลงดังอีก 1 ล้านบาท เหล่าศิลปินเตรียมร้อง ตร.ภาค 5 เอาผิดทั้งขบวนการ
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 8 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม เดอะการ์เด้น จ.เชียงใหม่ ศิลปินนักร้องชื่อดัง “ธงชัย สว่างวงศ์” เจ้าของเพลงฮิต “รักสาวลูกสอง” ตั้งโต๊ะแถลงข่าวช็อกวงการเกี่ยวกับขบวนการแอบอ้างสิทธิ์ในผลงานเพลงเพื่อไปเรียกรับทรัพย์อ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงรักสาวลูกสอง โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อมีการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียหายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ โดยพบว่า มีผู้ที่ได้รับหมายศาลและถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้กระจายอยู่ทั่วประเทศ เกือบ 600 คดี แต่ต้องไปมอบตัวที่ จ.น่านกับตำรวจเจ้าของคดีคนเดียวกันทั้งหมด

นายธงชัย สว่างวงศ์ กล่าวแถลงข่าวทั้งน้ำตา ว่า ตนทราบว่ามีผู้ไปเรียกรับเงินค่าลิขสิทธิ์เพลงที่ตนเองเป็นผู้แต่งและขับร้อง จำนวนคดีมากกว่า 600 คดี ตนต้องขอโทษสังคมที่ออกมาเคลื่อนไหวช้าเกินไป ตนยืนยันหนักแน่นว่าลิขสิทธิ์เพลง “รักสาวลูกสอง” จากที่เดิมตั้งชื่อเพลงว่า “หัวใจถลำรัก” ที่ตนเป็นผู้แต่งขณะที่ทำงานของสถานีวิทยุกองทัพภาคที่ 3 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.43 เวลา 20.00 น.จากนั้นนำไปเข้าห้องอัดที่ห้องบันทึกเสียง CA สาธุประดิษฐ์ โดย อาจารย์สวัสดิ์ สารคาม เป็นผู้ดูแลการอัดเสียงในครั้งนั้นชื่อเพลงเดิมชื่อว่า “หัวใจถลำรัก” แล้วเปลี่ยนมาเป็นรักสาวลูกสอง เมื่อวันที่ 8 ม.ค.44 ที่ตรงกับวันเกิดของลูกสาวคนเล็ก เอาฤกษ์เวลา 11.09 น. ผมแต่งเพลงเพราะใจรักและเพื่อมอบให้ลูกสาวของตนด้วย

“ผมยืนยัน ผลงานทั้งหมด ยังคงเป็นสิทธิ์ของผมเพียงผู้เดียว โดยเฉพาะกรณีของนายสุพจน์ ขัติยศ ผู้บริหารค่ายเพลง “คนเมืองเร็คคอร์ด” ที่ตนเป็นคนนำเพลงไปฝากให้ช่วยโปรโมทเองกับมือ” วันนี้ก็ยังถูกจับดำเนินคดีเหมือนรายอื่นๆด้วย
”ผมเจ็บปวดที่เห็นครนดนตรีและผู้บริสุทธิ์ 600 กว่าราย ต้องมาเดือดร้อนเพราะเพลงที่ผมสร้างสรรค์ขึ้นมา ผมแต่งเพลงเพื่อให้คนนำไปร้องไปฟังด้วยความสุข ไม่ใช่เพื่อให้ขบวนการใดมาใช้เป็นเครื่องมือรีดไถเงิน” ตนและทีมกฎหมายได้เตรียมรวบรวมข้อมูลผู้เสียหายจากทั้ง 600 กว่าคดี เพื่อประสานงานและดำเนินคดีกลับกลุ่มบุคคลที่แอบอ้าง รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด เพื่อล้างมลทินให้ผู้บริสุทธิ์และทวงคืน “อิสระ” ให้กับผลงานเพลงของตนกลับมาเป็นสมบัติของคนบันเทิงอย่างแท้จริงโดยไม่มีขบวนการกรรโชกทรัพย์มาแอบแฝงอีกต่อไป อย่างไรตามถูกจากที่เคยมอบหมายให้จับลิขสิทธิ์โสดวัสดุ (คือเพลงต้นฉบับCD ครั้งแรกที่อัดเสียง) แต่ต่อมาตนให้ศิลปินหลายคนไปคอบเวอร์ใหม่ได้ ซึ่งถือว่าไม่ผิดลิขสิทธิ์ต้นฉบับเดิมเลย หรือนำไปร้องเพลงบนเวที หรือร้องสด ก็ถือว่าไม่มีความผิดแต่อย่างใด” นายธงชัย ศิลปินชื่อดังกล่าว

ด้านนายสุพจน์ ขัติยศ ผู้บริหารค่ายเพลง “คนเมืองเร็คคอร์ด” (Khon Muang Records) หนึ่งในผู้เสียหายรายใหญ่ เปิดเผยว่า ตนถูกเรียกค่าเสียหายเป็นเงินสูงถึง 1 ล้านบาท จากการนำผลงานเพลงของธงชัย สว่างวงศ์ ไปเผยแพร่ ทั้งที่ในความเป็นจริง ตนได้รับการยืนยันและรับมอบวิดีโอเพลงและเอกสารลงนามจาก อ.ธงชัย ให้เป็นผู้จัดทำขึ้นใหม่ด้วยตนเอง เพื่อนำมาฝากให้ช่วยเปิดประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางของค่ายเพลง การถูกดำเนินคดีและเรียกเงินจำนวนมหาศาลครั้งนี้จึงสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นในวงการบันเทิงอย่างรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงาน นอกจากระดับผู้บริหารค่ายเพลงแล้ว ยังมีกลุ่มนักร้องและข้าราชการที่ตกเป็นเหยื่ออย่างไม่เป็นธรรม เช่น “ครูเก่ง” (สงวนชื่อจริง) ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัวถึงบ้านพักใน จ.กำแพงเพชร เมื่อวันที่ 25 มี.ค 69 ตามหมายจับศาลจังหวัดน่าน (สาขาปัว) โดยครูเก่งระบุว่า ก่อนนั้นตนได้นำเพลงรักสาวลูกสอนคอบเวอร์ใหม่ทำเป็นสื่อการสอนดนตรีให้ลูกศิษย์ในโรงเรียนและเผยแพร่ผ่านช่องทางยูทูปเมื่อนานมาแล้ว สมัยนั้นยังไม่ได้รับความนิยม ก็ถูกดำเนินคดี แล้วมีผู้มาเจรจาไกล่เกลี่ยกดดันให้จ่ายเงินหลักแสนเพื่อจบเรื่อง แต่เมื่อไม่มีจ่ายกลับถูกคุมขังและถูกจำกัดการติดต่อกับครอบครัว จนต้องใช้เงินสด 20,000 บาท ประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งครูเก่งเป็นเพียงหนึ่งในเหยื่อจำนวนมหาศาลที่ถูกขบวนการนี้ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายเข้าคุกคาม และในวันที่ 14 พ.ค.69 จะต้องลาราชการเดินทางไปขึ้นศาลที่ อ.บัว จ.น่าน ข้าราชการครูคนหนึ่งใน จ.กำแพงเพชรกล่าว
ในขณะที่แถลงข่าวอยู่นั้น นายบัญชา ชุ่มศรี หรือ “ไวท์” นักร้องนำวง SL Music (เอสแอลมิวสิค) พร้อมสมาชิกในวง ได้เดินทางมาร่วมให้ข้อมูลและแสดงตัวเป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกขบวนการนี้คุกคามเช่นกัน โดยตนเองได้นำเพลงของ อ.ธงชัยมาร้อง เพราะผมเองสนิทกับ อ.ธงชัย ซึ่งได้รับความยินยอมโดยวาจาให้สามารถนำเพลงนี้ไปร้องเพื่อแสดงและนำเสนอความบันเทิงต่อไปได้
รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในลิขสิทธิ์เพลงรักสาวลูกสอง บางรายเป็นผู้พิการตาบอด นำบทเพลงนี้ไปร้องตามลานแสดงต่างๆ หรือถนนคนเดิน ก็เคยถูกดำเนินคดีและมีผู้ติดต่อเจรจา และเสียเงินหลักหมื่นเพื่อยอมความก็มี
นายธงชัย สว่างวงศ์ ได้กล่าวยืนยันทิ้งท้ายว่า เพื่อความมั่นใจแก่พี่น้องศิลปินและนักดนตรีทั่วประเทศว่า นับจากนี้ทุกคนสามารถนำบทเพลงของตนไปใช้ร้องและแสดงเพื่อการแสดงหรือประกอบอาชีพได้ตามปกติ โดยเฉพาะร้องในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้ได้เลย โดยตนเองยินยอมและเต็มใจ พร้อมย้ำชัดว่า ตนเองคือเจ้าของลิขสิทธิ์และเป็นผู้สร้างสรรค์ทำนองและคำร้องขึ้นแต่เพียงผู้เดียวมาโดยตลอด ดังนั้นหากพบเห็นการแอบอ้างหรือการเรียกเก็บเงินลิขสิทธิ์ในนามของตนอีก ขอให้แจ้งมาโดยตรงและอย่าไปหลงเชื่อกลุ่มบุคคลที่ใช้บทเพลงเป็นเครื่องมือหาผลประโยชน์โดยมิชอบอีกต่อไป./////////นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เชียงใหม่











