เฒ่าขี้เมาอาศัยกินนอนที่วัดคว้ามีดฟันมือพระชราหวิดขาดอ้างนั่งกินข้าวแต่โดนถีบหัวคะมำ

เฒ่าขี้เมาอาศัยกินนอนที่วัดคว้ามีดฟันมือพระชราหวิดขาดอ้างนั่งกินข้าวแต่โดนถีบหัวคะมำ

เมื่อเวลา 22.00 น.วันที่ 7 เมษายน 2569 ร.ต.อ.นิวัฒน์ แจงกระโทก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ย่อยนาข่า อ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุ มีคนใช้มีดฟันพระภิกษุ ได้รับบาดเจ็บ ภายในกุฎิวัดป่ายอดแก้ว หมู่ 6 บ้านนาบัว ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงพร้อมด้วยกู้ชีพ อบต.บ้านขาว รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิปูนชั้นเดียว พบหลวงปู่ทองลุน ประทุมวัน อายุ 75 ปี พระลูกวัด โดนฟันด้วยของมีคมบริเวณข้อมือซ้ายบาดแผลฉกรรจ์หวิดขาด นอนจมกองเลือดอยู่ภายในกุฏิ ในลักษณะหมดเรี่ยวแรง เนื่องจากเสียเลือดมาก เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ส่วนมือมีดผู้ใหญ่บ้านได้ควบคุมตัวเอาไว้ ชื่อนายคำปุ่น พรมชาติ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ 6 บ้านนาบัว ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมมีดพร้าเปื้อนเลือด 1 เล่ม ควบคุมตัวไปโรงพักไปดำเนินคดี

ต่อมาในเวลา 10.30 น.วันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่วัดป่ายอดแก้ว พบพระอาจารย์ประกอบ ปภัสโร อายุ 73 ปี รักษาการเจ้าอาวาส ได้พาไปดูกุฏิหลวงปู่ทองลุน ทีเกิดเหตุ พบว่ามีคราบเลือดอยู่ที่พื้นเต็มห้อง พร้อมกับกล่าวว่า นายคำปุ่น ผู้ก่อเหตุ เคยทำงานโรงฆ่าสัตว์ มีเมียอยู่ที่บ้านนี้ ได้ขายมรดกมาตั้งหลักปักฐานที่บ้านภรรยา แต่นายคำปุ่นต้องผิดหวังเพราะภรรยาเป็นชอบเล่น กิน เที่ยว เงินที่นำมาตั้งหลักปักฐานก็หมดไป ทำให้กลายเป็นคนไม่ทำงานดื่มแต่เหล้า พอเมาก็บ่นให้ภรรยา ซึ่งภรรยาจึงขอแยกทาง ส่วนพ่อตาแม่ยายก็ไม่ให้อยู่ด้วยเพราะนายคำปุ่นไปทะเลาะและชกต่อยกับน้องเมีย นายคำปุ่นจึงไปอาศัยอยู่ตามเถียงนา และมาขอกินข้าวที่วัดกิน สุดท้ายก็มาขออาศัยอยู่ที่วัดป่ายอดแก้ว

พระอาจารย์ประกอบ กล่าวต่อไปว่า ส่วนหลวงปู่ทองลุน ผู้บาดเจ็บ ก่อนจะมาอยู่ที่วัดป่ายอดแก้ว เคยเป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านดู่ เคยเป็นเจ้าคณะตำบลบ้านขาว ต่อมาเกิดอุบัติเหตุ ขณะขึ้นไปเจิมรถบรรทุกได้พลัดตกลงมาศีรษะน็อคพื้น พอฟื้นขึ้นมาหลวงปู่ทองลุนก็จำอะไรไม่ได้สติไม่ดี เนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือน ปฏิบัติกิจของสงฆ์ไม่ได้ ญาติจึงได้พาหลวงปู่ทองลุนมาอยู่ที่วัดป่ายอดแก้ว นายคำปุ่นก็ได้มารับใช้ พอดื่มเหล้าเมากลับมา ก็จะนั่งบ่นและด่าไปเรื่อยๆ หลวงปู่ทองลุนก็จะนึกว่านายคำปุ่นด่าโคตรพ่อโคตรแม่ตัวเอง ตนก็จะบอกเป็นประจำว่าเขาไม่ได้ด่าหลวงปู่ เขาด่าเพื่อนร่วมวงดื่มเหล้ากับเขาที่ทะเลาะกัน หลวงปู่ทองลุนจึงหยุด
คืนเกิดเหตุ นายคำปุ่นไปดื่มเหล้ากับเพื่อนในหมู่บ้านจนเมากลับมา แล้วมานั่งอยู่ที่กุฎิ และก็บ่นด่าไปด้วย หลวงปู่ทองลุนก็จะคิดว่านายคำปุ่นด่าบรรพบุรุษของตน ทนไม่ได้จึงได้เปิดประตูออกมาแล้วเอาไม้ตีนายคำปุ่นหลายครั้ง ทำให้คำปุ่นโมโหจึงใช้มีดพร้าที่นำไปตัดไม้ยูคารับจ้าง ฟันหลวงปู่ทองลุนจนข้อมือซ้ายหวิดขาด แถมปล่อยให้นอนนานนับชั่วโมงจนเลือดหยุดไหล นายคำปุ่นจึงได้มาบอกตนว่าฟันหลวงปู่ได้รับบาดเจ็บเลือดไหลเต็มเลย ตนจึงได้เดินไปดูที่กุฎิ ก็พบผู้บาดเจ็บนอนจมกองเลือด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ชีพมาช่วยเหลือส่งโรงพยาบาล แจ้งผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจมาจับนายคำปุ่นไปดำเนินคดี

ส่วนนายคำปุ่น ให้การว่าเป็นชาว จ.เลย พบรักและแต่งงานกับภรรยา ก่อนจะย้ายมาอยู่บ้านภรรยาที่บ้านนาบัว จนมีลูก 3 คน ต่างก็แยกย้ายกันไปครอบครัว เมื่อ 2 ปีก่อน ได้แยกทางกับภรรยา เนื่องจากภรรยาหาว่าตนกินแต่เหล้าไม่ทำงาน ตนจึงมาขออาศัยอยู่ที่วัดป่ายอดแก้ว แต่ก็เข้าไปดื่มเหล้าในหมู่บ้านเป็นปกติ ต่อมาญาติหลวงปู่ทองลุน ฝากให้ตนดูแลหลวงปู่ เพราะว่าหลวงปู่เกิดอุบัติเหตุได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง ความจำไม่ดี ซึ่งหลวงปู่มักจะใช้ไม้เท้าตีตนประจำ บางครั้งก็กำปั้นทุบ แต่ตนก็ไม่ถือสาหาความ
ก่อนเกิดเหตุ ช่วงหัวค่ำตนได้ไปดื่มเหล้ากับเพื่อนในหมู่บ้าน กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น.ตนมีอาการมึนเมาจึงได้กลับมาวัด เข้าไปกุฎิหลวงปู่ทองลุน และหาข้าวมานั่งกิน ขณะตนกำลังนั่งกินข้าว หลวงปู่ได้เปิดประตูออกมา พร้อมกับใช้เท้าถีบหลังตนจนหัวคะมำ หน้าฟุบใส่จานข้าว ด้วยความโมโหตนจึงคว้าเอามีดพร้าที่อยู่บริเวณกุฏิฟันข้อมือหลวงปู่ทองลุนล้มลงไปนอนจมกองเลือด ก่อนจะเดินไปบอกเจ้าอาวาส

“ยอมรับว่าใช้มีดฟันหลวงปู่จริง รู้สึกว่ามันบาป เพราะว่าตนเมาเหล้า ตนรู้สึกสำนึกผิดแล้ว จึงอยากขอโทษหลวงปู่ ผมขอโทษนะครับปู่”

ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
//////////////////
บรรยายภาพ

เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายคำปุ่น พรมชาติ ที่เมาเหล้าแล้วใช้มีดฟันหลวงปู่ทองลุน ประทุมวัน วัย 75 ปี พระลูกวัดวัดป่ายอดแก้ว หมู่ 6 บ้านนาบัว ต.บ้านขาว อ.เมือง จ.อุดรธานี มือเกือบขาด

//////////////////

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *