ปทุมธานี ชาวบ้านหนีกระเจิงหลังไฟไหม้ป่าหญ้าลุกลามหวิดไหม้ทั้งชุมชนโชคดีดับทัน

เมื่อเวลา 13.00.น.วันที่ 10 เมษายน 69 กองป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.คลองสาม รับแจ้งจากชาวบ้านภายในชุมชนคลองสามซอย คลองสาม1/3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ว่าได้เกิดเพลิงไหม้ป่าข้างทางติดกับชุมชน ที่มีบ้านเรือนประชาชนอาศัยอยู่หลาย 100 หลังคาเรือน จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม รถดับเพลิง อบต.คลองสาม และ รถดับเพลิง อบต.ข้างเคียงรุดไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบริเวณกลางซอย คลองสาม 1/3 เพลิงได้ลุกไหม้ป่าหญ้าข้างทาง ที่ติดกับชุมชนมีบ้านเรือนประชาชนอาศัยหลาย 100 หลังคาเรือนโดย เพลิงได้ลุกไหม้อย่างรวดเร็วและลุกลามเข้ามาภายในชุมชน จนชาวบ้านที่มีบ้านเรือนติดกับเพลิงไหม้ต่างวิ่งหนีตายกันอย่างอลม่านโดย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งดับเพลิงกันอย่างโกลาหล ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาดับเพลิงประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงเอาไว้ได้

ด้านนางสาวสมพิศ พลอยสี อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 32/98 หมู่ 1 ซอย 1/3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ว่าขณะเกิดเหตุ ตนอยู่ภายในบ้านและไม่ทราบแน่ชัดว่าไฟเริ่มไหม้ได้อย่างไร แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้มักเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลนี้ ซึ่งไฟจะไหม้ลามไปทั่วบริเวณป่ากก ซึ่งหากดับไม่ทันไฟก็จะเผาไหม้จนดำไปหมดทั้งพื้นที่ สาเหตุส่วนหนึ่งอาจมาจากผู้ที่เข้ามาหาปลาหรือลักลอบจุดไฟ รวมถึงการเผาขยะในบริเวณกองขยะที่อยู่ถัดออกไป นางสาวสมพิศยังกล่าวว่าเหตุการณ์ไฟไหม้มีความรุนแรงและน่ากลัวมาก โดยเฉพาะในช่วงสองสามคืนที่ผ่านมาซึ่งมีไฟไหม้ในตอนกลางคืนจนชาวบ้านในละแวกนั้นต้องพากันหนีออกมาอยู่นอกบ้านเพื่อความปลอดภัย แม้ว่าเหตุการณ์เผาพื้นที่เช่นนี้จะเกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี แต่ตนก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการจุดไฟในแต่ละครั้ง

ทางด้านนายกรณ์ แจ่มหม้อ อายุ 62 ปีอยู่บ้านเลขที่ 32/109 หมู่ 1 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวว่าเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นบริเวณหลังบ้านตน ซึ่งตนเองเพิ่งเดินทางกลับมาถึงบ้านและรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก แต่ก็ยังรู้สึกเบาใจขึ้นเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที หากไม่มีความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในครั้งนี้ บ้านของตนอาจจะไม่เหลือรอดจากกองเพลิงไปแล้ว โดยปกติแล้วเหตุการณ์ในลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่ในปีนี้ดูเหมือนจะมีความรุนแรงมากกว่าครั้งที่ผ่าน ๆ มา มากกว่าในปีก่อน ๆ มักจะเกิดเหตุในช่วงเวลากลางคืน ทว่าในปีนี้กลับเกิดเหตุขึ้นในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับตนเองและคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำซากและทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกปี

ส่วนทางด้านดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี กล่าวว่าเรื่องปัญหาไฟไหม้พื้นที่รกร้างสร้าง​ปัญหานี้ เกิดขึ้นเป็นประจำ เนื่องจากในพื้นที่มีที่ดินว่างเปล่าจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของประชาชนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยที่ผ่านมาทาง อบต. พยายามประสานงานกับเจ้าของที่ดินเพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน และปัจจุบันกำลังดำเนินการทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไม่ให้เพลิงไหม้ลุกลามไปสร้างความเสียหายแก่บ้านเรือนของประชาชนในละแวกใกล้เคียง หากเจ้าของที่ดินยังไม่เข้ามาดูแลจัดการพื้นที่ให้เรียบร้อย ทาง อบต. อาจพิจารณามาตรการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบซ้ำซาก และทำให้ อบต. ต้องเสียงบประมาณในการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

​ดร.วิระศักดิ์ ฝากถึงเจ้าของที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เข้ามาถมที่ดินหรือดำเนินการใดๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ควรปล่อยให้กลายเป็นที่ทิ้งขยะ หรือปล่อยให้มีต้นกกและต้นธูปฤาษีขึ้นหนาแน่น เพราะเมื่อเกิดไฟไหม้จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมาก ทั้งเรื่องเขม่าควันไฟที่ทำให้ไม่สามารถพักอาศัยในบ้านได้ตามปกติ ไม่สามารถซักผ้าหรือเปิดเครื่องปรับอากาศได้ หากเจ้าของที่ดินยังคงนิ่งเฉย ตนจะรายงานเรื่องนี้ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการทางกฎหมายในการจัดการปัญหานี้อย่างเด็ดขาดต่อไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้พร้อมรับปากกับประชาชนในพื้นที่ว่าจะรีบดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เสร็จสิ้น และยืนยันว่าปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่จะต้องเผชิญกับเหตุการณ์ซ้ำซากเช่นนี้ โดยในปีต่อๆ ไปจะไม่มีปัญหาไฟไหม้หญ้าในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกอย่างแน่นอน พร้อมทั้งกล่าวให้กำลังใจและรับคำขอบคุณจากชาวบ้านที่เข้ามาขอความช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วยความยินดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *