กระอักจุดไฟป่าพุ่งเกินหมื่นจุด

กระอักจุดไฟป่าพุ่งเกินหมื่นจุด

เอาไม่อยู่ ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ยอดจุดไฟป่าทะลักพรวด เกิน 10,000 จุด หน่วยดับไฟป่าต้องผจญเพลิงบนยอดเขาที่รุนแรงเป็นเดือนที่ 2 ถึงแม้จะมีการใช้อากาศยานมาช่วยดับไฟป่าแต่ก็เอาไม่อยู่เมื่อยังมีการลอบเผาอย่างต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควันฝุ่นละออง จังหวัดแม่ฮ่องสอน รายงาน จุดความร้อนสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 11 เมษายน 2569 จำนวน 10,438 จุด จุดไฟป่าที่ทะลุเกิน 10,000 จุด ส่งผลให้ปี พ.ศ.2569 มีจุดไฟป่าสูงกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา จำนวน 1,852 จุด ในขณะที่ยอดจุดไฟป่า ปี พ.ศ.2568 มีจำนวน 8,86 จุด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการลอบเผาป่าในปีนี้มีการเผาป่าเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งที่หน่วยงานรัฐได้พยายามทุกวิถีทาง ในด้านการประชาสัมพันธ์ การห้ามเผาป่า การบังคับใช้กฎหมายเอาผิดกับผู้เผาป่าซึ่งมีโทษสูง แต่ก็ไม่สามารถห้ามปรามราษฎรในทุกพื้นที่ได้แต่อย่างใด

ในด้านการป้องกันและดับไฟป่าที่เกิดขึ้น มีการใช้อากาศยานมาดับไฟป่า เพิ่มกำลังพลชุดเหยี่ยวไฟของกรมป่าไม้ การจัดกำลังออกไปตั้งฐานดับไฟป่าในพื้นที่เขาสูงชัน รวมไปถึงการนำมวลชนในแต่ละหมู่บ้านมาร่วมมือกับภาครัฐในการดับไฟป่า แต่ก็ยังคงมีการลอบเผาป่าอย่างบ้าคลั่ง และราษฎรในพื้นที่ไม่มีใครกล้าปริปากว่าใครเป็นคนเผาป่า ส่งผลให้หน่วยงานรัฐต้องทุ่มทรัพยากรจำนวนมหาศาลในการแก้ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้น

ในแต่ละวัน หน่วยดับไฟป่าทุกภาคส่วน ต้องตระเวนออกไปดับไฟป่าในแทบทุกพื้นที่ของจังหวัด ฯ แทบจะพูดได้ว่า มีการดับไฟป่าแทบตลอด 24 ชั่วโมง ด้านประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบต่างพากัน ไม่พอใจเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาไฟป่าได้ ส่งผลให้หมอกควันไฟป่าลอยปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณของจังหวัด ฯ ส่งผลให้สารพิษในควันขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอนกระทบราษฎรทุกคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องนานกว่า 1 เดือนแล้ว

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีมาตรการ แนะนำประชาชน ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน ให้งดกิจกรรมกลางแจ้งเด็ดขาด หากมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งให้ใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองทุกครั้งเช่น หน้ากากป้องกัน PM 2.5 ประชาชนทั่วไป สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือ ออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้คอยสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา หากพบอาการผิดปกติให้ไปพบแพทย์ทันที

สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ ให้เตรียมยาและอุปกรณ์จำเป็นให้พร้อมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร เลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการผิดปกติให้รีบปรึกษาแพทย์ และขอความร่วมมืองดเผาในที่โล่งทุกพื้นที่ งดเผาในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่าลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5)
—————————————-
นายทศพล บุญพัฒน์ / แม่ฮ่องสอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *