ผู้ว่าฯ สั่งด่วน 13 นายอำเภอ งัดไม้แข็ง “ห้ามประชาชนเผาทุกกรณี” โทษหนักนอนคุก 20 ปี

ผู้ว่าฯ สั่งด่วน 13 นายอำเภอ งัดไม้แข็ง “ห้ามประชาชนเผาทุกกรณี” โทษหนักนอนคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้าน หลังไฟป่ายังไม่นิ่ง ขณะที่ผู้ต้องขังเชื่อมเหล็ก สะเก็ดไฟไปตกแนวป่าในเรือนจำ เสียหาย 2 ไร่นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผวจ.นราธิวาส สั่งการด่วนไปยังนายอำเภอทั้ง 13 อำเภอ ใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด แจ้งไปยังประชาชนถึงข้อห้ามเผาหญ้า เผาขยะ เผาป่า รวมทั้งทิ้งก้นบุหรี่บริเวณป่าในทุกกรณี หากเกิดไฟลุกลาม จะมีโทษตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด จำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ ต.กะลุวอ อ.เมืองนราธิวาส ที่สถานการณ์ไฟป่าลุกลามเป็นวงกว้างถึง 120 ไร่ อีกทั้งเปลวไฟยังปลิวไปตกที่หญ้าแห้งภายในกรมทหารราบที่ 151 ค่ายกัลยาณิวัฒนา หวิดลามถึงคลังน้ำมันของค่ายฯ โดย พันเอก ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับการกรม ร.151 สั่งระดมกำลังเร่งดับไฟจนสถานการณ์คลี่คลายส่วนจุดเกิดไฟป่าที่บ้านกาโมแร ต.กะลุวอ อ.เมืองฯ และลุกลามไปอีก 2 หมู่บ้านใกล้เคียง จากสภาพพื้นที่เป็นป่าพรุและสวนปาล์ม คาบเกี่ยวในความรับผิดชอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ ที่เต็มไปด้วยหญ้าแห้งในช่วงหน้าร้อนปีนี้ ชุดดับไฟป่าต้องระดมกำลังเพิ่มความชื้นใต้ผิวดินตามจุดที่ยังมีควันไฟพุ่งนายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองนราธิวาส / ผอ.ศปก.อ.เมืองนราธิวาส เผย ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะระดมกำลังดับไฟที่ลุกลามอย่างรุนแรงตลอด 5 วัน ทำให้สถานการณ์คลี่คลายลงมาก แต่ยังคงต้องเฝ้าระวัง โดยจัดชุดเฝ้าหมู่บ้านละ 30 คน คอยสังเกตการณ์จุดเสี่ยงที่เชื้อไฟอาจจะปะทุขึ้นมาอีกและเมื่อเวลา 11.00 น.วานนี้ (22 เม.ย.69) ได้เกิดไฟไหม้ป่าหญ้าใกล้ที่จอดรถ ภายในเรือนจำ จ.นราธิวาส ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส นายรุสดี ปูรียา นายอำเภอเมืองฯ มอบหมายให้ปลัดอำเภอ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ก่อนรายงานว่า สาเหตุเกิดจากผู้ต้องขังกำลังเชื่อมเหล็กภายในโรงฝึกอาชีพ สะเก็ดไฟได้ไปตกจนเกิดไฟไหม้ลุกลามไปยังพื้นที่ป่า เจ้าหน้าที่จึงระดมรถดับเพลิงจาก อบต.และเทศบาล เข้าสกัดไว้ได้ โดยมีพื้นที่เสียหายกว่า 2 ไร่ สำหรับ อ.สุไหงปาดี และ อ.ตากใบ จากการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาพรวมพบว่าคลี่คลายในช่วงค่ำ จะปะทุขึ้นมาบางจุดในช่วงเที่ยงที่อากาศร้อนอบอ้าว อีกทั้งกระแสลม ที่ยังต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง นราธิวาส – ภาพข่าวสัญฐิติ ขอจิตต์เมตต์







