ยะลาต้นไม้พันปีอุโมงค์ปิยะมิตรหักโค่นลงจากพายุฝนตามธรรมชาติแลนด์มาร์กสำคัญเมืองเบตง

ยะลาต้นไม้พันปีอุโมงค์ปิยะมิตรหักโค่นลงจากพายุฝนตามธรรมชาติแลนด์มาร์กสำคัญเมืองเบตงยะลา-ต้นไม้พันปีอุโมงค์ปิยะมิตรหักโค่นลงจากพายุฝนตามธรรมชาติอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของอุโมงค์ปิยะมิตรที่นักท่องเที่ยวต้องแวะถ่ายรูปเก็บความทรงจำ เมื่อได้มาเยือนเมืองเบตงเมื่อวันที่ 23 เม.ย.69 ที่อุโมงค์ปิยะมิตร ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง เปิดเผยว่า ภายหลังจากต้นไทรยักษ์ (ต้นไม้พันปี) ที่อยู่คู่เมืองเบตงมายาวนาน ได้หักโค่นลงมาจากพายุฝนในช่วงที่ผ่านมา จึงได้มาดูจุดเกิดเหตุเพราะเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณทางเข้าอุโมงค์ปิยะมิตร ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ใช้พรางตัวอุโมงค์ในอดีตของอดีตโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.)หรือ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (พคม.) ที่หลบหนีการปราบปรามจากมาเลเซียเข้ามาตั้งฐานที่มั่นในเขต 3 จังหวัดภาคใต้ของไทย ต่อมาได้วางอาวุธและทำสัญญาลงนามสันติภาพ 3 ฝ่ายในปี 2530 ซึ่งยุติบทบาทการต่อสู้ เปลี่ยนมาใช้ชีวิตร่วมพัฒนาชาติไทยในเขตเบตงและพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งต้นไทรยักษ์ต้นนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นรุกขมรดกของแผ่นดิน อีกทั้งยังเป็นจุดเช็คอินของนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนอุโมงค์ปิยะมิตรเบตงอีกด้วยด้านนายสิวพงษ์ พิทักษ์ทักษิณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านปิยะมิตร เปิดเผยว่าต้นไม้พันปี หรือ ต้นไทรยักษ์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของอุโมงค์ปิยะมิตร และเป็นที่น่าเสียดายเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้เกิดพายุฝนกระหน่ำลงมาทำให้ต้นไทนต้นนี้หักโค่นลงมา เป็นที่น่าเสียดายมากเพราะนักท่องเที่ยวทุกคนที่มาเที่ยวอุโมงค์ปิยะมิตร ต่างจะต้องมาเช็คอินที่ต้นไทรยักษ์ แห่งนี้ โดยต้นไทรยักษ์นี้มีขนาดเส้นรอบวง 60.8 เมตรหรือประมาณ 30 คนโอบ สูง 40 เมตร เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวมักจะมาถ่ายรูปรอดรากขนาดใหญ่ของต้นไทร ซึ่งเป็นอีกจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามา ถึงแม้ว่าต้นไทรยักษ์จะหักโค่นลงมาแล้วแต่ก็ยังคงมีเสน่ห์ เพราะยังเหลือลำต้นที่ทอดยาวขึ้นไปสูงเกือบตึก 2 ชั้น ซึ่งก่อนหน้านี้มีความสูงอยู่ที่ 60.8 เมตร หลังจากโดนพายุฝนกระหน่ำจนหักโค่นคงเหลือเพียง 20 เมตร สัมภาษณ์ นายอิสสะมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตงสัมภาษณ์ นายสิวพงษ์ พิทักษ์ทักษิณ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านปิยะมิตรข่าว..เจษฎา สิริโยทัย จ.ยะลา โทร.064-126-5593






