อุดรธานี ผู้บริหาร หจก.รีนัลบึงกาฬ “ศูนย์ไตเทียม 2 รพ.บึงกาฬ” เดินหน้าร้อง ปปช. ต่อผู้บริหารของ รพ.บึงกาฬ ขาดธรรมาภิบาล พร้อมใช้อำนาจปิดป้ายประกาศให้ศูนย์ไตเทียม 2 ให้หยุดบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไต แต่กลับไปใช้บริการของอีกหนึ่งศูนย์ฯที่เป็นคนในวงการแพทย์เดียวกันสร้างความเสื่อมเสียไปทั่ววงการแพทย์

วันที่ 23 พ.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวเพิ่มเติมภายหลัง นางพรเพ็ญ บรรดาศักดิ์ หจก.รีนัลบึงกาฬ ผู้ประกอบกิจการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไตเทียม ชาวอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เดินทางเข้าร้องเรียนกับ นายรัฐธนินท์ ถิรศิรเศรษฐ์ นายกสมาคมสื่อมวลชนอุดรธานี กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บริหาร แพทย์ พยาบาลในโรงพยาบาลบึงกาฬ

หลังจากที่ หจก.รีนัลบึงกาฬ ได้มีการลงนามบันทึก MOU ร่วมกันกับโรงพยาบาลบึงกาฬ ได้รับจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมกับโรงพยาบาลบึงกาฬ ตามสัญญาจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมสัญญาเลขที่ 3/2556 ต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31มีนาคม 2569 ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุดนางพรเพ็ญ หจก.รีนัลบึงกาฬ กล่าวว่า “ในช่วงแรกที่มีการดำเนินการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม “ศูนย์ไตเทียม 2” ได้ดำเนินการภายใต้มาตรฐานด้วยดีตลอดมา

ต่อมา นายแพทย์โรคไตของโรงพยาบาลบึงกาฬ ได้จัดตั้งคลินิกฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมชื่อว่า “บึงกาฬรักษ์ไตคลินิกเวชกรรม” และได้เปิดให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลบึงกาฬ แต่ “บึงกาฬรักษ์ไตคลินิกเวชกรรม” ไม่มีพยาบาลวิชาชีพชำนาญการด้านโรคไต จึงถือโอกาสที่ตนเองเป็นนายแพทย์โรคไตของโรงพยาบาลบึงกาฬ และทำหน้าที่ควบคุมดูแลและจัดการงานจ้างเหมาบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ชักชวนพนักงานของ หจก.รีนัลบึงกาฬ ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญไตเทียม พยาบาลไตเทียม พยาบาลวิชาชีพ ตลอดจนพนักงานของ หจก.รีนัลบึงกาฬ จำนวน 10 คน ให้ไปสมัครเป็นพนักงานของ “บึงกาฬรักษ์ไตคลินิกเวชกรรม” ตลอดจนนำคนไข้ที่ศูนย์ไตเทียม 2 จำนวน 30 คนไปดำเนินการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมของ “บึงกาฬรักษ์ไตคลินิกเวชกรรม” จนถึงปัจจุบัน ในขณะที่ศูนย์ไตเทียม 2 ของ หจก.รีนัลบึงกาฬ ต้องแบกภาระรับผิดชอบเครื่องมือทางการแพทย์ และเงินเดือนพนักงานเจ้าหน้าที่ในช่วงที่ รพ.บึงกาฬ สั่งปิดการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องล้างไตเทียมของ ศูนย์ไตเทียม 2”

นางพรเพ็ญ กล่าวเพิ่มเติมว่า “หลังจากร้องเรียนไปยังสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดอุดรธานี ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองบึงกาฬ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบึงกาฬ ไม่ยอมรับแจ้งความ หรือลงบันทึกประจำวัน แต่กลับให้นางพรเพ็ญ ไปร้องต่อ ปปช.บึงกาฬแทน ยิ่งทำให้ตนเองไม่มั่นใจในความไม่ปลอดภัย เพราะที่ตนร้องถึงความไม่โปร่งใสในคุณลักษณะของผู้บริหารโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ ที่ไม่มีธรรมาภิบาล ยิ่งทำให้ตนเองไม่มีความปลอดภัยตามไปด้วยจึงได้รวบรวมเอกสารเดินทางไปส่งร้องทุกข์กล่าวโทษที่ ปปช.บึงกาฬ เพื่อให้ตรวจสอบฐานความผิด กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ต่อผู้บริหาร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *