จบเหตุการณ์ดราม่าหนุ่มหัวร้อนเสียค่าปรับทั้งคู่จากเหตุการณ์ ผู้ขับขี่รถยนต์กับ จักรยานยนต์ ที่มีปากเสียงกันบนท้องถนน

จบเหตุการณ์ดราม่าหนุ่มหัวร้อนเสียค่าปรับทั้งคู่
จากเหตุการณ์ ผู้ขับขี่รถยนต์กับ จักรยานยนต์ ที่มีปากเสียงกันบนท้องถนน ห้วยแก้ว ต.สุเทพ อ เมืองเชียงใหม่ ตำรวจเรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาเปรียบเทียบทัังคู่ และให้ขอโทษขอโพยกัน จ่ายค่าทำให้เสียทรัพย์
จากกรณี นศ. โพสต์คลิป เล่าเหตุการณ์สุดระทึก ช่วงที่อยู่ในรถ บนถนนห้วยแก้ว ตัวเมืองเชียงใหม่ เริ่มจากที่ได้ใช้บริการรถยนต์ผ่านแอป ระหว่างทางเจอหนุ่มบิ๊กไบก์หัวร้อน ขี่ไล่ตาม อ้างไม่พอใจที่พี่คนขับรถยนต์เปิดไฟเลี้ยว แล้วเบี่ยงกะทันหัน แถมตอนติดไฟแดงยังลงมาท้าตีท้าต่อย ก่อนถีบรถแล้วขี่หนีไป
.
เจ้าตัวระบุ นำคลิปมาเผยแพร่ แค่อยากให้ทุกคนระวังตัว เพราะคนมันหัวร้อนง่าย ถ้าไม่มีเรื่องของการลงมาท้าตีท้าต่อยและถีบรถ พวกเราก็คงปล่อยไป
ข่าวคืบหน้า วันที่ 29 มิ.ย 69 สถานีตำรวจภูธรภูพิงคราชนิเวศน์ พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงค์ ได้เปิดเผยว่าจากข้อมูลโซเชี่ยล ปรากฎ เหตุ ผู้ขับขี่รถยนต์กับ จักรยานยนต์ ที่ปากเสียงกันบนท้องถนน ห้วยแก้ว ต.สุเทพ
ตนได้สั่งการให้งานสืบสวนและสอบสวนติดติดคู่กรณีมาดำเนินคดีตามกฏหมาย
และวันนี้ 29 มิ.ย. 2569 เวลา 10:34 น.
นายธีรยุทธิ์ อายุ 57 ปี ที่อยู่ หมู่ที่ 1 – ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัด เชียงใหม่ มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ คู่กรณี อายุ 39 ปี ที่อยู่ ตำบลช้างเผือก อำเภอ เมืองเชียงใหม่ โดยกล่าวหาทำให้เสียทรัพย์จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
หลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้ติดตามนายกิต (นามสมมุติ)ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ไทอั้ม สีดำแดง
อายุ 35 ปี หมู่ที่ 9 ตำบ บ้านกลาง อำเภอสอง จังหวัด แพร่ ซึ่งเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวมาพบในวันนี้
และติดต่อให้คู่กรณี นายธีรยุทติ์ (นามสมมุติ)(นายธีรยุทติ์ )มาพบเช่นเดียวกัน

จากการสอบสวน นาย ธีรนุทติ์ และ นายกิตชน (นามสมมุติ)(นายกิตชน ) ได้ความว่าตามวันเวลาเกิดเหตุนาย ธีรยุทติ์ ซึ่งมีอาชีพชับรถรับจ้างรับส่งผู้โดยสาร
แกร๊ปกำลังขับไปผู้โดยสารบริเวณ มช. โดยขับมาตานถนนห้วยแก้วขาขึ้นดอยสุเทพส่วนนายกิต คู่กรณี กำลังขับรถจยย.เพื่อไปทำธุระ โดยนายธีรยุทดิ์ ขับมาช่องซ้าย
ส่วนนายกิตชน ขับช่องชวาโดยจะเลี้ยวกลับรถที่หน้าสารพัดช่าง เมื่อทั้ง 2 ขับมาถึงที่เกิดเหตุ นาย ธีรนยุทติ์ ได้ให้สัญญากเสี้ยวขวาพร้อมกับเลี้ยวเปลี่ยนมาช่องทางขวาเป็นจังหวะเดียวกันที่ นายกิตชน ซึ่งขับรถอยู่ ช่องขวาทำให้นายกิต ต้องชะลอรถกระทันหัน
หลังจากนั้นทั้ง 2 ได้ขับรถตามกันมาถึงบริเวณหน้าโรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์
เป็นช่วงที่รถติดสัญญาณไฟแดงต่อๆกัน นายกิตชน จอดรถอยู่หลังรถของ นายธียุทติ์
แล้วลงจากรถมาเคาะกระจกประตูด้านขวาคนขับ นายธีรยุทติ์ ได้ลดกระจกลง
จากนั้นนายกิตชนได้ต่อว่านายธีรยุทติ์ิ ด้วยคำพูดที่หยาบคาย
จากนั้นนายกิตชนได้ขึ้นรถสตารท์ เครื่องแล้วขับรถมาทางด้านซ้ายของรถนายธียุทติ์ ซึ่งหยุดสัญญาณไฟต่อๆกันพร้อมกับไข้เท้าขวาเตะบริเวณประตูรถด้านหน้าของผู้เสียหาย นายธี ได้รับความเสียหายแล้ว นาย กิต ได้ขับรถหนีไป
จากการสอบสวนคู่กรณีพยานแวดล้อมและภาพคลิปจากโทรศัพท์มือถือถือที่อยู่ในรถ ของนาย ธีรยุทติ์ และภาพวงจรปิดของทางราชการจากแยกรินคำจนถึงแยกเชียงใหม่ภูคำพิจารณาแล้วเหตุดังกล่าวนายกิตชน เป็นความผิดฐาน ทำให้เสียทรัพย์และดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้า
สำหรับนาย ธีรยุทติ์ เป็นความผิดเปลี่ยนช่องทางโดยประมาทอันอาจให้เกิดอันตราย และทรัพย์สินของผู้อื่น
ต่อหน้าตำรวจ นายกิตชนได้ขอโทษ นาย ธีรยุทติ์ และ นาย ธีรยุทดิ์ ได้ให้อภัย
นายกิตชน ยินยอมชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดตามที่ นายธีรยุทติ์ เรียกร้องเป็นเงิน 2,000 บาท นาย ธีรยุทติ์ รับเงินเรียบร้อยและไม่ประสงค์จะมอบคดีให้พงส.ดำเนินคดีกับ นายกิตชน ตามที่ได้กล่าวหาอีกต่อไป จึงถอนคำร้องทุกข์แต่เวลานี้
สำหรับนายกิตชนร พงส.ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทราบว่า ดูหมิ่นผู้อื่นซึ่งหน้านายกิต รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 1,000 บาท ด้วยความยินยอมของ นายธีรยุทติ์
สำหรับนายธีรยุทติ์ พงส.ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทราบว่าขับรถในทางโดยประมาทอันอาจให้เกิดอันตรายและทรัพย์สินของผู้อื่น รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว
ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 500 บาท ด้วยความยินยอมของ
นายกิตชน สำหรับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดอันยอมยอมความใต้เมื่อผู้เสียหาย
ถอนคำร้องทุกข์ไม่ประสงค์ให้พงส.ดำเนินคดีกับผตห.อีกต่อไป จึงได้ถอนคำร้องทุกข์ตามความประสงค์ของนายธีรยุทติ์ คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายจะในนำเหตุดังกล่าวไปฟ้องพางคดีอาญาและฟ้องเรียกค่าเสียทาง
แพ่งอีกต่อไป อ่านให้ฟังและอ่านเองแล้ว จึงให้ลงลายมือชื่อไว้
เอกสารฉบับนี้แสดงว่า ว่าที่ พ.ต.ท. ประสงค์ นาฝั้น ได้รับคำแจ้งความของท่านไว้แล้ว
////////////นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เชียงใหม่

