ปิยะพงษ์ นายอำเภอนาวัง นำสื่อมวลชนบุกสวนทุเรียนสายพันธุ์ภูเขาไฟรุ่นแรก

รสชาดยกนิ้วให้”หวานมันหอม เนื้อละมุน กลิ่นไม่ฉุน” ต้องมาที่นี่สวนพ่อเปี๊ยก บ้านวังสำราญ ต.วังทอง อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู สวนพ่อเปี๊ยกแม่ม่วย เจ้าของสวนทุเรียนประสบผลสำเร็จจากคำบอกเล่าด้วยคำขอถึงต้นทุเรียนด้วยใจ

เมื่อวันที่ 18 กค.69 ณ สวนทุเรียนพ่อเสน่ห์หรือ(เปี๊ยก)แม่ม่วย กาหลง บ้านวังสำราญ ต.วังทอง อ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ซอยตรงกันข้ามโรงเรียนบ้านวังสำราญ ไม่ถึงครึ่ง กม.มีนายปิยะพงษ์ บุญส่ง นายอำเภอนาวัง พร้อมด้วย นายไพโรจน์ ศรีกาญจนา อดีต ส.อบจ.หนองบัวลำภู ในฐานะผู้แทน นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา สส.หนองบัวลำภู เขต 2 พรรคเพื่อไทย และ นายจรูญ เกลียวทอง ผู้ช่วย สส.รุ่งเพชร เดินทางมาเยี่ยมสวนทุเรียนรุ่นแรกสายพันธุ์ทุเรียนภูเขาไฟ จังหวัดศรีษะเกษ โดยมีแม่ม่วย กาหลง เจ้าของสวน พร้อม นางสาวสุดาใจ นวลสว่าง นักพัฒนาชุมชน และเจ้าหน้าที่ อบต.วังทอง

แม่ม่วยเล่าว่า วันนี้พ่อบ้านคือนายพ่อเสน่ห์ กาหลง อยู่ต่างจังหวัดมีเพียงตนเองและญาติช่วยกันดูแล แม่ม่วยกล่าวว่าพ่อบ้านเดิมเป็นชาวอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ต่อมาได้มาอยู่บ้านวังสำราญ อ.นาวัง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนเองและพ่อบ้านก็ไปๆมาๆระหว่างกรุงเทพฯกับหนองบัวลำภู พอวันหนึ่งได้มีโอกาสไปเที่ยวภาคตะวันออก เห็นมีคนเขาบอกว่าที่สวนสวนหนึ่งมีทุเรียนลูกหนึ่งหล่น 8 กิโล ตนแองอยากจะทานทุเรียนที่หล่นคงจะอร่อยก็เลยซื้อหมดเลยลูกนั้น 8 กิโล

หลังจากทานทุเรียนไปไม่นานก็เกิดอาการผิดปกติของร่างกายจากการกินทุเรียนเกินขนาดนั้นทุรนทุราย พอดีได้กลับไปบ้านทางอุบล และก็มีญาติอยู่ที่อำเภอกันทรลักษ์ ก็เลยไปคุยกันเรื่องทุเรียน และเรื่องเงาะก็เลยมีความคิดฉุกขึ้นมาเลยว่า และได้พันธุ์ทุเรียนภูเขาไฟมา 200 ต้นเอาขึ้นมาปลูกที่บ้านวังสำราญ ทุเรียนที่ว่านี่คือทุเรียนภูเขาไฟ ก็เลยไปซื้อมา 200 ต้นพอมาปลูกปีแรกและขายต้นกล้า พอเวลาผ่านไปก็ถามญาติที่เอาต้นกล้าทุเรียนไป คำตอบที่ได้คือต้นทุเรียนตายหมดแล้ว

ในขณะที่ตนเองเตรียมตัวเตรียมใจว่า 1 ปีผ่านไปต้นทุเรียนที่เรามาปลูกจะตายหมดเหมือนของญาติหรือเปล่า อยู่มาวันหนึ่งฝนตกปรอยๆสามีได้ลงไปเดินที่สวนก็เลยพูดปากพร่ำทำพูดกับต้นทุเรียนว่า”ลูกเอ้ยอย่าให้เสียชื่อหน้าตาพ่อเด้อเอามาจากเมืองศรีสะเกษ เมืองภูเขาไฟยังไงก็ให้เกิดให้ติดออกดอกออกผลให้ชาวบ้านชาวเมืองได้ชมผลงานฝีมือของพ่อกับแม่ม่วยเด้อ ต่อมามันก็งามขึ้นงามขึ้น เราก็มีความหวังทุเรียน 200 ต้นตายไป 3 ต้นไม่ธรรมดาใครก็บอกฝีมือการปลูกคนปลูกไม่ธรรมดา ทำให้เรามีกำลังใจก็ทำมาเรื่อยๆ

สำหรับปุ๋ยที่ใส่ต้นทุเรียนก็เอาขี่ควายผสมปูนขาวหว่านตามสวน พูดพร่ำทำเพลงร้องเพลงในสวนก็เหมือนคนบ้า”คุยกับต้นไม้นั่นแหละก็บอกว่าพ่อไม่มีอะไรเหลือแล้วนะสิ่งสุดท้ายก็คือพวกลูกๆนี่แหละจะช่วยพ่อได้ไหมช่วยเติบโตช่วยออกลูกจะพาไปเที่ยวตลาดชาวบ้านชาวเมืองจะได้เข้ามาชมสวนเป็นหน้าเป็นตานะลูกนะ” ก็อ้อนวอนอย่างนี้

จากสวนทุเรียนพ่อเสน่ห์ที่ปลูกทุเรียน ส่วนมูลสัตว์ที่เอามาใส่ครั้งแรกไม่ได้มาใกล้ๆนะครับไปบรรทุกขี้ควายมาจากอุบลบ้านเกิดตัวเอง 6 ตันยากลำบากขนาดไหนมันเหนื่อยแต่เราก็มีความมุ่งมั่นมานะเพราะเราก็เป็นลูกแม่ค้าไม่ได้เรียนเหมือนพี่เหมือนน้องพี่ชายเขา นี่คือแรงบันดาลใจเพราะว่าพ่อเสน่ห์เกิดมาพ่อเสียตั้งแต่อายุยังเรียนอยู่ป. 3 สู้มากับแม่เรียนแค่ป. 6 ครับ ในขณะที่แม่ม่วยบางครั้งก็ต้องดูแลแทนตนเองที่บ้านวังสำราญ ส่วนตนเองก็มีภารกิจอยู่ กทม.นานๆจะกลับมาดู แต่ช่วงนี้ก็ดูแค่บำรุงรักษาช่วงปลายฤดูรอเก็บเกี่ยว

ซึ่งผลผลิตหลังเปิดสวนก็จำหน่ายไปแล้วกว่า 400 ลูก และขณะนี้ก็มีอยู่กว่า 300 ลูกรอการเก็บเกี่ยวปลายเดือนกรกฏาคม ก็คงจะดูแลกันในปีต่อไป พ่อเสน่ห์หรือพ่อเปี๊ยกบอกว่าทุกวันนี้ก็มีความสุขอยู่กับแม่ม่วยและลูกๆก็ถือว่าประสบความสำเร็จไม่มากก็น้อยตามที่ทุกๆคนได้เห็นได้ทราบได้มาเที่ยวและจะทำสวนนี้ให้ดียิ่งๆขึ้นไปเป็นหน้าเป็นตาให้แก่ชาววังสำราญชาวนาวังชาวหนองบัวลำภู แน่นอนครับคำสัญญานี้จะบันทึกไว้ในใจทุกคนก็มีแค่นี้ล่ะครับสวัสดีครับ

ในขณะที่แม่ม่วยที่ดูแลกิจการกับน้องชาย ช่วงนี้มีลูกค้าที่ทราบข่าวก็ทยอยกันมาชมและซื้อที่สวนกัน ส่วนราคาที่ขายก็ตกกิโลละ 120 บาท(ทุเรียนหมอนทอง)เท่านั้นเอง สำหรับนายปิยะพงษ์ นายอำเภอนาวัง ที่มาชมสวนทุเรียนได้ให้ข้อเสนอแนะแก่แม่ม่วยเจ้าของสวนว่าในการตัดลูกทุเรียนจะตัดอย่างไร และตัดแล้วจะเก็บยังไง พร้อมแนะคนที่จะเอาไปทานต้องทำอย่างจะให้รสชาติของทุเรียนอร่อยและมีรสชาดที่ถูกใจ ภายหลังได้มีโอกาสชิมทุเรียนแล้วยกนิ้วให้เลยว่าทุกเรียนสวนพ่อเปี๊ยกแม่ม่วย “หวานมัน หอมละมุน กลิ่นไม่ฉุน”

สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ภาพและข่าวจากจังหวัดหนองบัวลำภู

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *