สามชุดสืบสวนรวบทันควัน 2 คดีในพื้นที่อำเภอคลองท่อมและเมืองกระบี่กลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุฆ่ากันตายอึ้งพบมีการสั่งซื้ออาวุธปืนผ่านออนไลน์มาก่อเหตุ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 นาฬิกา ที่ห้องประชุมกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ หมู่ที่ 3 บ้านสโป๊ะใต้ ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ พลตำรวจตรี สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ได้แถลงการจับกุมเยาวชนก่อเหตุฆ่ากันตายในพื้นที่ อำเภอคลองท่อม และพื้นที่อำเภอเมืองกระบี่ รวม 2 คดี ผู้ต้องหา 3 คน โดยคดีแรก ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ร่วมกับชุดสืบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองท่อม และเจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน 3 กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 ได้ทำการจับกุม นายเอ และนายบี ( นามสมมุติ ) 2 เยาวชนก่อเหตุยิงวัยรุ่นบนถนนสายน้ำตกชายคลอง ตำบลคลองท่อมเหนือ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 3 คน และเยาวชนชายอายุ 17 ปี เสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลจังหวัดกระบี่ออกหมายจับ ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมแจ้งข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาไตร่ตรองไว้ก่อน และความผิดพระราชบัญญัติอาวุธปืน และจากการขยายผลยังสามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมได้อีก 1 คน พร้อมตรวจยึดอาวุธปืน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนที่ซุกซ่อนไว้ใต้ดินภายในกระถางต้นไม้ จึงได้ทำการควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอคลองท่อม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

และอีกคดีเหตุเกิดในพื้นที่ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวนาย ซี (นามสมมุติ ) ซึ่งเป็นเยาวชน ใช้อาวุธมีดแทง นายเค (นามสมมุติ) จนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดกระบี่ออกหมายจับ จนสามารถติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด ส่งพนักงานสอบสวนร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกระบี่
โดยพลตำรวจตรี สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ ให้ข้อมูลว่า จากแนวทางการสืบสวนพบว่าอาวุธปืนที่กลุ่มวัยรุ่นใช้ก่อเหตุ มีการสั่งซื้อทางออนไลน์ในราคาแค่ 7,000 บาท เป็นปืนบีบีกันที่มีการดัดแปลงคล้ายกับของจริงมาก แต่ประสิทธิภาพร้ายแรงสามารถทำให้คนเสียชีวิตได้ เนื่องจากกระสุนปืนเป็นของจริง หลังจากนี้หากพบว่ามีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มใดมีการทะเลาะวิวาทกันก็จะมีการขึ้นบัญชี และติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุในลักษณะอย่างนี้ไม่ให้เกิดขึ้นอีก














