หนองบัวลำภู ขนส่งหนองบัวลำภู เปิดให้บริการฟรีวันเสาร์นี้

เห็นใจคนจนที่ถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลัวจะได้รับความเดือดร้อนใจ เปิดรับชาวบ้านบริการฟรีวันเสาร์นี้ ขณะสาวเจ้าของรถ 30 ปี มาอุทธรณ์บัตรประชารัฐ ปล่อยโฮหลั่งน้ำตา ถึงแม้ว่าเงินมันจะน้อยแต่มันก็มีความหมายสำหรับทุกคนที่พลาด ลุ้นโอกาสอีกรอบทั้งๆที่นโยบายมันย้อนแย้งกับความเป็นจริง
เมื่อวันที่ 23 กค.69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สังเกตการณ์ชาวบ้านที่เดินทางมา สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู ถนน 210 ตำบลหนองภัยศูนย์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู ภายหลังทราบว่าตนเองถูกตัดสิทธิ์การเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในรอบแรก ทั้งๆที่ทรัพย์สินตามรายการที่แจ้งมันย้อนแย้งกับความเป็นจริง เดินทางมาด้วยความลำบาก เพื่อขอให้สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู ตรวจสอบสิทธิ์เกี่ยวกับการครอบครองรถทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ นับตั้งแต่วันแรกที่รัฐเปิดโอกาสให้ชาวบ้านที่ถูกตัดสิทธิ์มาตรวจสอบเพื่อยื่นอุทธรณ์อีกรอบ ร่วม 600 ราย

โดยในเบื้องต้น นายศราวุธ เปาอินทร์ ขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ได้สั่งการให้สำนักงานขนส่งทุกจังหวัด จัดเจ้าหน้าที่ให้บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาตรวจสอบสิทธิ์ ในขณะที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู ได้เห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากกลัวจะเสียสิทธิ์ จึงได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการอย่างเต็มที่ เข้าใจในความรู้สึกของชาวบ้าน เงิน 300 บาทมีค่ามากๆสำหรับคนยากคนจน มันเป็นประโยชน์ที่เขาจะสามารถนำไปใช้จ่ายเลี้ยงชีวิตได้เป็นอาทิตย์ ตนเองได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ให้การดูแลช่วยเหลือ อย่างในกรณีรถที่เกินกำหนด เจ้าหน้าที่ขอให้นำบัตรประชาชน เล่มทะเบียนรถมา หรือถ้าไม่มีเล่มทะเบียนก็ขอให้มีบัตรประชาชนมา ทางเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกปากคำพ่วงท้ายให้

ขนส่งหนองบัวลำภู ขอย้ำให้คนมาแจ้งต้องให้การที่เป็นจริง และรับผิดชอบต่อคำให้การพ่วงท้าย ในอาทิตย์หน้านี้จะมีวันหยุดยาวหลายวันและใกล้จะถึงสิ้นเดือน สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู เห็นว่าประชาชนที่มาขอตรวจสอบสิทธิ์และอุทธรณ์สิทธิ์จะไม่ทันเพื่อเป็นการให้บริการประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขนส่งหนองบัวลำภู เปิดสำนกงานพร้อมให้บริการในวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2569 นี้ จึงได้เปิดให้บริการอีก 1 วัน เป็นการให้บริการในการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ในการครอบครองรถในกรณีพิเศษและอุทธรณ์สิทธิ์บัตรคนจนอย่างเดียว ประชาชนสามารถมาติดต่อได้ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.จึงขอเชิญชวนประชาชน มารับบริการได้ตามวันเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น

โดยในวันนี้ ยังคงมีชาวบ้านได้ทยอยเดินทางมากันตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของ สำนักงานขนส่งจังหวัดหนองบัวลำภู ได้มีการจัดเจ้าหน้าที่ตั้งโต๊ะไว้คอยบริการ ให้กับชาวบ้าน กว่า 10 คน เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการมาขอรับบริการของประชาชน ซึ่งชาวบ้านที่มา ส่วนมากจะมีทั้งการครอบครองรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ไม่สามารถใช้การได้แล้ว ทั้งรถที่เกิดอุบัติเหตุแล้วแต่ยังไม่มีเงินซ่อม โดยเมื่อวันที่ 22กรกฎาคม 2569 มีผู้ยื่นตรวจสอบสิทธิ์- ยื่นตรวจสอบสิทธิ ทั้งสิ้น จำนวน 571 ราย ยื่นอุทธรณ์ ทั้งสิ้น จำนวน 361 ราย และในวันนี้มีประชาชนได้ทยอยเดินทางมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งชาวบ้านบางคนบอกว่า ไม่มีเงินค่ารถต้องไปขอยืมเพื่อนบ้านมาตรวจสอบสิทธิ์ และอุทธรณ์สิทธิ์ เพราะกลัวว่า จะเสียสิทธิ์ บางคนต้องเสียเงินเหมารถสามล้อ จ้างรถชาวบ้านมา เพื่อให้ได้สิทธิ์ดังกล่าว ที่จะได้รับเงินจาก บัตรประชารัฐ ของรัฐบาล
ทางด้าน นางสาวฐิตาภา เนียมหอม อายุ 53 ปี ชาวบ้านข้องโป้ ต.บ้านขาม อ.เมืองหนองบัวลำภู จ.หนองบัวลำภู หนึ่งในชาวบ้านที่มาขออุทธรณ์ กล่าวด้วยสุดที่อัดอั้นตันใจที่ต้องเดินทางมาเพื่อตรวจสอบสิทธิ์และยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากตนเองเคยมีรถยนต์กว่า 30 ปี และมอเตอร์ไซค์ 16 ปีแล้ว ซึ่งเป็นรถที่เกิดอุบัติเหตุไม่ได้ใช้มานานแล้ว บ่นไปเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้า แสนอัดอั้นตันใจจนร้องไห้โฮกล่าวทั้งน้ำตานองใบหน้าว่า การที่ชาวบ้านจะมีรถที่ต้องใช้ทำมาหากินมันเป็นความจำเป็น ไหนลูกจะไปโรงเรียน คนในครอบครัวจะไปทำงาน มันจำเป็นต้องมี ถามว่าการมีรถจักรยานยนต์สักคันต้องเป็นหนี้ เมื่อไม่มีเงินสดไปซื้อจะให้ชาวบ้านเดือดร้อนไปถึงไหน

ถึงแม้ว่าบัตรประชารัฐมันจะเป็นเงินจำนวนน้อยแต่มันมีความหมายสำหรับเรา ที่จะไปซื้อ น้ำปลา ผงชูรส ของใช้ในครัวเรือนพอได้ช่วยลดรายจ่าย ซึ่งตนเองต้องเสียเวลาเดินทางมาเป็นเวลา 2 วันแล้วเพื่อมาติดต่อหลายเรื่องทั้งเรื่องโอนลอย กว่าจะกลับถึงบ้านเกือบ 6 โมงเย็น แต่ยังดีที่ เจ้าหน้าที่ ที่นี่รวมทั้งหัวหน้า บริการดีมาก อยากให้ประชาชนชาวหนองบัวลำภู ได้สิทธิ์ได้รับรู้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ทุกระดับบริการดีมากอยากให้ชาวบ้านได้รับสิทธิ์ พูดจากับประชาชนดีมาก อยากให้คนที่จะมา อุทธรณ์มากันเยอะ ๆ อยากให้ได้ เพราะว่า จังหวัดเรามีคนจนเยอะมาก เกี่ยวเรื่องนี้
นางสาวฐิตาภา ยังกล่าวอีกว่า เราเป็นคนหาเงินเลี้ยงครอบครัว แล้วมาตัดสินที่เรามีรถเพราะถือว่าเป็นเครื่องมือทำมาหากิน ตนเองมา 2 วัน ไปรับจ้างวันละ 300 บาท ขาดรายได้ไป 600 บาท มานี่ก็ต้องยืมเงินเพื่อนบ้านมา 1,000 บาท ต้องเสียเวลามาดำเนินการแจ้งแก้ไขจากการที่ได้ โอนลอยรถไว้ แล้วรัฐเห็นไหมว่า การจะทำให้ประชาชนมีอยู่มีกินนะมันลำบากกว่าเดิม คนเฒ่าคนแก่ที่ดำเนินการเรื่องนี้นั้นไม่ได้มีเงิน อย่างตนเองต้องจ้างรถมอเตอรไซค์สามล้อ จากบ้านมา ค่ารถสามล้อจากบ้านถึงตลาด คนละ 200 บาท และต่อมาที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดอีก 100 บาท เพราะไกลตัวเมือง เพื่อมาให้ได้สิทธิ์บัตรคนจน 300 บาท ต้องเดือดร้อนขนาดไหน
เราเป็นคนหาเงินเลี้ยงทุกคนแล้วมาตัดสิทธิ์รถที่มี มันไม่ถูกต้อง ทุกคนต้องมีรถทำมาหากิน อีกพวกหนึ่งในหมู่บ้านพวกที่ไม่ทำงาน กินเหล้า เสพยา ไม่มีการทำงานในหมู่บ้านกลับได้ มันเป็นอะไรที่ย้อนแย้งกับความจริงของประชาชนอย่างเราๆต้องทำมาหากิน ครอบครัวหนึ่งเข้าจะต้องมีรถไว้สำหรับทำมาหากิน ครอบครัวหนึ่งจะมีรถคันเดียวได้อย่างไร บางทีลูกจะไปโรงเรียน พ่อแม่จะไปทำงาน ที่ไร่นา จะไปได้อย่างไร เอาอะไรมาวัด หนึ่งครอบครัวมี 6 คน คุณจะให้ประชาชนมีรถคันเดียว จะเอาอันไหนไปทำมาหากิน คนที่มีรถก็ไม่ใช่คนมีเงินยังต้องผ่อนรถ เพื่อครอบครัว ลูก เขา สามีเขา ปู่ย่าตายายเขาต้องใช้ไร่นา ลูกต้องไปโรงเรียน คิดได้อย่างไรเกณฑ์การตัดสิน ไม่ประชาพิจารณ์ ไม่เคยถามประชาชน ว่ารถคันหนึ่งต่อครอบครัวมันถูกต้องแล้วหรือ
นางสาวฐิตาภา กล่าวต่อการมีรถก็ไม่ใช่ว่าเป็นคนรวย ยังต้องหาเงินรถต้องผ่อน เพื่อเอามาทำมาหากิน รัฐวัดกันตรงไหนว่าเขามีเงิน เขาหาเงินเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะมีรถคันหนึ่ง แล้วรถเก่ากว่า 30 ปี มันน่าจะตัดออกจากระบบได้แล้ว เรื่องนี้มันย้อนแย้งมากกับความรู้สึกของประชาชน สองวันที่มานี่มันรู้สึกว่าอึดอัดมาก มันจุกอยู่ในใจ แต่กลุ่มที่ได้กลับเป็น กลุ่มกินเหล้า เสพยา ไม่ได้หาเลี้ยงครอบครัวได้กันหมด แต่คนที่ทำมาหากินกลับโดนตัดสิทธิ์ ไม่ถูกต้อง มันย้อนแย้งประชาชน หรือแม้แต่ผู้พิการที่เป็นช่างตัดผมในหมู่บ้าน ที่ถูกตัดขา ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะในระบบขึ้นว่า ครอบครัวเขาครอบครองรถสองคัน ลูกเขาจะไปโรงเรียน เมียเขาจะไปทำงาน เขาเป็นคนพิการขาดขาดครึ่งหนึ่งตัดเขาได้อย่างไร นี่คือความรู้สึกของประชาชนคนหนึ่ง เธอกล่าวทิ้งท้าย
สุภัชรกานต์ แก้วสิงห์ ภาพและข่าวหนองบัวลำภู











