จังหวัดพิษณุโลก นำทุกภาคส่วนร่วมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฏาคม

ที่ทุ่งโสกา ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก นาย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 มีผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน และกลุ่มพลังมวลชน ร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เปิดกรวยกระทงดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมกล่าวเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ อย่างเป็นทางการ โดยเน้นย้ำถึงนโยบายรัฐบาลในการบริหารจัดการรัพยากรธรรมชาติ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการฟื้นฟูระบบนิเวศอย่างยั่งยืน แล้วมอบพันธุ์กล้าไม้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก แก่นายอำเภอทั้ง 9 อำเภอของ จังหวัดพิษณุโลก ก่อนที่จะทำการปล่อยปลาลงสู่บึงใหญ่ในทุ่งโสกา และเดินเยี่ยมชมบูธสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร แล้วร่วมใจกันปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ โดย นายเจเศรษฐ์ ได้ปลูกต้นพะยูง ขณะที่หัวหน้าส่วนราชการร่วมกันปลูกต้นคูณ และต้นราชพฤกษ์ จำนวนทั้งสิ้น 198 ต้น และประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมใจกันปลูกต้นไม้ยืนต้น อีกกว่า 2,500 ต้น เพื่อมุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศ และร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา อย่างพร้อมเพรียงกัน


การปลูกต้นไม้ครั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกได้ตั้งเป้าหมายส่งเสริมให้ประชาชนทุกครัวเรือนร่วมกันปลูกต้นไม้ครัวเรือนละ 1 ต้น รวมทั้งสิ้น 200,000 ต้น ทั่วทั้งจังหวัด ตามแนวทาง “ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” เพื่อลดภาวะโลกร้อน พร้อมเดินหน้ายกระดับพื้นที่ “บึงทุ่งโสกา” เนื้อที่กว่า 1,351 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อ 3 ตำบล (ท่าโพธิ์, ท่าทอง, บึงพระ) โดยการขุดคลองรอบบึงเพื่อบริหารจัดการน้ำทำการเกษตร และผลักดันให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรควบคู่กับสวนสาธารณะระดับท้องถิ่นในอนาคต
ส่วนทุ่งโสกา หากเป็นภาษาไทย แปลว่าความเศร้า เสียใจ แต่ถ้าเป็นภาษาสันสกฤต จะมาจากคำว่า โส กะ ที่แปลว่า ความเหือดแห้ง แห้งผาก สันนิษฐานว่าจะมีการเรียกชื่อให้เป็นเคล็ด ที่ก่อนหน้านี้เมื่อเกือบร้อยปี จนถึงปัจจุบัน ที่นี่ คือพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดพิษณุโลก มักมีน้ำชุ่ม น้ำท่วมขังอยู่บ่อย ๆ และนานมาก จึงตั้งชื่อให้เป็นเคล็ด เพราะอยากให้เกิดความแห้งผากในพื้นที่บ้างในบางโอกาส นั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *