กระสุนปืนปริศนา” โดนวัยรุ่น อ.จะแนะ สาหัส ก่อนเป็นประเด็นโยง “ฮ.ทหารยิง” พี่ชายยัน.! น้องยกมือขึ้นแล้ว ด้านทหารออกโรงแจง ไม่เคยมีการนำเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธมาใช้โจมตีเป้าหมาย ขณะที่ ผอ.รพ.นราธิวาสฯ ระบุ ผู้บาดเจ็บ 3 รายจากเหตุป่วน อาการโดยรวมปลอดภัย

จากเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายกระจายกำลังลอบก่อเหตุป่วนในพื้นที่ 3 จชต.ในช่วงคืนวันที่ 22 ส.ค.69 ที่ผ่านมา โดย จ.นราธิวาส มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดในพื้นที่ บ.ทำเนียบ ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส จำนวน 2 รายคือ น.ส.โนรฮายาตี ดือเล๊าะ อายุ 46 ปี ชาว อ.สุไหงปาดี มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณหน้าอกและแขนซ้าย และนางฟาซีลา อูเซ็ง อายุ 45 ปี ชาว อ.สุไหงปาดี มีบาดแผลฉีกขาดบริเวณต้นขา รวมทั้ง นายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ชาว อ.จะแนะ ที่ถูกกระสุนปืนปริศนา เข้าที่บริเวณหน้าท้องด้านขวาและขาขวา
โดยทั้ง 3 รายเข้ารับการรักษาที่อาคารประชารักษ์ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ อ.เมืองนราธิวาส ล่าสุด นพ.พรประสิทธิ จันทระ ผอ.รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ ระบุทั้งหมดอาการโดยรวมปลอดภัย มีแพทย์ให้การรักษาและดูแลอย่างใกล้ชิด
สำหรับประเด็นดราม่า ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมคือ ปรากฏคลิปในขณะที่กลุ่มเพื่อนๆ ของนายซอและ ดอเลาะ 1 ในผู้บาดเจ็บช่วยกันนำตัวส่งรักษาที่ รพ.จะแนะ เหตุเกิดเวลาประมาณ 21.00 น.วันที่ 22 ส.ค.69 ในขณะที่ผู้บาดเจ็บพร้อมเพื่อนๆ รวม 5 คน กำลังขี่รถ จยย.3 คัน กลับจากไปตั้งแคมป์ ที่ บ.รังมดแดง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี และกำลังผ่านถนนหน้า อบต.ช้างเผือก อ.จะแนะ มุ่งหน้ากลับบ้านในพื้นที่ บ.กูมุง ต.ช้างเผือก ซึ่งอยู่ห่างจาก อบต.ช้างเผือก ประมาณ 3 กิโลเมตร
ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านกำลังชุลมุนกับเหตุคนร้ายบุกเผาอาคาร อบต. ก่อนที่กระสุนปืนปริศนาจะมาโดนนายซอและ ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมามีกลุ่มที่อ้างว่า เฮลิคอปเตอร์ของทหาร ยิงปืนลงมาโดนนายซอและ อย่างไรก็ตาม แม่ทัพภาคที่ 4 รวมทั้งหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกมาชี้แจงว่า มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ บินลาดตระเวนจริง โดยยืนยันว่าไม่มีการยิงปืนลงใส่นายซอและ ดอเลาะ แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ตึกประชารักษ์ ชั้น 1 รพ.นราธิวาสราชนครินทร์ โดยนายมะตอเฮ ดอเลาะ พี่ชายของผู้บาดเจ็บ ซึ่งเฝ้าอยู่ได้กล่าวถึงอาการของน้องชายว่า ถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่หน้าท้องขวา ก่อนเกิดเหตุ นายซอและ น้องชายกำลังขี่รถ จยย.กลับจากไปตั้งแคมป์ เมื่อมาถึงบริเวณหน้า อบต.ช้างเผือก เห็นไฟกำลังลุกไหม้ น้องชายพร้อมเพื่อนๆ ตัดสินใจขี่รถเลี้ยวหลบเข้าไปอีกทาง


นายมะตอเฮ กล่าวต่ออีกว่า มีเฮลิคอปเตอร์บินไล่ตามรถน้องชาย ก่อนยิงปืนลงมา 1 นัดแต่ไม่โดน น้องชายจึงขี่รถหนีขึ้นเนินเขา แต่เฮลิคอปเตอร์ได้บินมาดักข้างหน้า น้องชายเห็นท่าไม่ดี จึงจอดรถก่อน “ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ” เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ แต่กลับถูก ฮ.ยิงใส่อีกครั้ง จนน้องชายได้รับบาดเจ็บ จากนั้นเพื่อนๆ ที่ขี่รถ จยย.มาด้วยกัน ได้จอดรถก่อนเข้ามาช่วย พร้อมโทรแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลจะแนะ
“น้องชายขับรถกันมาสามคัน แล้วก็มี ฮ.บินตามมา โดนยิงบาดเจ็บ น้องชายเพิ่งกลับจากไปตั้งแคมป์กับเพื่อนๆ ประมาณ 30 คน ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ และกำลังขี่รถกลับบ้านแต่มาถูกยิงก่อน ส่วนเพื่อนๆ ที่ขี่รถมาพร้อมกัน ถูกนำตัวไปสอบสวนที่ สภ.จะแนะ” /////////////////////////
นราธิวาส – ภาพข่าว
มารีดา บุญพล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *