เปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมโนราห์ปกาสัยเป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวสินค้าทางวัฒนธรรมภาคใต้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนการแสดงพื้นบ้านมรดกภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 18.30 นาฬิกา ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมโนราห์ปกาสัย หมู่ 6 บ้านคลองเสียด ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ นางสาว ลิปิการ์ กำลังชัย ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมโนห์ปกาสัย โดยมีนายสุวิทย์ สุริยะวงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ นางปรีชา แก้วบำรุง หัวหน้าสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอ ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีนางสาวพรปวีย์ เครือวัลย์ ประธานกลุ่มอนุรักษ์โนราห์ปกาสัย กล่าวรายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ว่า
ด้วยองค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนโนราศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ของประเทศไทย มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เมื่อวันที่ 16ธันวาคม 2564 ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ และเป็นสัญญาณว่าเรามีหน้าที่ร่วมกันในการดูแลรักษามรดกนี้ให้ยั่งยืน ท่ามกลางโลกยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การแสดงมโนราในจังหวัดกระบี่มีการสืบทอดกันมายาวนาน มีการฝึกหัดและถ่ายทอดจากแม่ครูศิลปะการแสดงพื้นบ้านสืบต่อกันมา โดยมีผู้สืบเชื้อสายโนราจากโนราฉลวย ประดิษฐ์ศิลป์ มาสู่ลูกศิษย์ โนราหนูแขม ประดิษฐ์ศิลป์ สู่รุ่นลูก โนราพรปวีย์ ศ.ประดิษฐ์ศิลป์ และมีการจัดตั้งชมรมหัตถศิลป์ร้อยลูกปัด ทำเครื่องแต่งกายมโนรา เครื่องประดับ และของที่ระลึก โดยมีนางสำรวย คำมา เป็นวิทยากรหลักเรื่องในการถ่ายทอดการร้อยลูกปัด ทำเครื่องประดับมโนรา และยังสร้างสรรค์วิธีสอนรำมโนราใหม่ๆ เช่นโนราสูตรคูณ โนราตอไก่ และโนรานวดแผนไทย ซึ่งทำให้ภูมิปัญญาเข้าถึงเด็กและเยาวชนได้ง่ายขึ้นและก้าวทันยุคสมัยตามวิสัยทัศน์ จนกระทั่งปี 2553 ได้จัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์โนราปกาสัยขึ้นภายใต้การสนับสนุนของโรงไฟฟ้าฝ่ายผลิตภาคใต้ และต่อมาในปี 2567 ได้จดแจ้งเป็นเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านกับสำนักวัฒนธรรมจังหวัดกระบี่ กระทรวงวัฒนธรรม กลุ่มอนุรักษ์โนราปกาสัยในปัจจุบัน ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 66 หมู่ที่ 6 บ้านคลองเสียด ตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่


นางสาวพรปวีย์ กล่าวอีกว่า ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมโนราห์ปกาสัย มีเป้าประสงค์เพื่อ อนุรักษ์สืบสานโนราปกาสัยก้าวทันยุคสมัยนำมรดกไทยสู่มรดกโลก โดยมีพันธกิจสำคัญ 3 ประการคือ 1 อนุรักษ์สืบสานต่อยอดศิลปะการแสดงโนราห์ศิลปะการแสดงพื้นบ้านภาคใต้ให้คงอยู่สืบต่อไป 2 ยกระดับศิลปะการแสดงโนราพรปวีย์ ศ.ประดิษฐ์ศิลป์ ให้เป็นสินค้าทาง วัฒนธรรมและเป็นซอฟเพาร์เวอร์ของประเทศไทย 3 สร้างแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในตำบลปกาสัย อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ศูนย์ดังกล่าวเป็นพื้นที่เรียนรู้ ฝึกซ้อม แสดง และต้อนรับผู้มาเยือน ทั้งนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คนรุ่นใหม่ เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีแผนดำเนินงานเป็น 3 ระยะโดย ระยะแรกเน้นการสร้างรากฐานจัดทำหลักสูตรโนราตามมาตรฐาน จัดนิทรรศการ ผลิต สื่อการเรียนรู้ สร้างสรรค์วิธีสอนใหม่ๆ เช่นโนราสูตรคูณ โนราตอไก่ และโนรานวดแผนไทย และสร้างเครือข่ายร่วมกับท้องถิ่น โรงเรียน และสถาบันการศึกษา จากนั้นจะขยายสู่ระดับประเทศ จัดงานเทศกาลโนราปกาสัย ผลิตสื่อคุณภาพสูง และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ระลึกทางวัฒนธรรม ซึ่ง ได้รับความเอื้อเฟื้อสถานที่จากโนราหนูแขม ประดิษฐ์ศิลป์ ที่ได้บริจาคที่ดิน จำนวน 2 ไร่ในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว รวมทั้งได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


การนี้นางสาว ลิปิการ์ กำลังชัย ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า โนราเป็นศิลปะการแสดงที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเชื่อและจิตวิญญาณของชาวภาคใต้ ทั้งท่ารำที่งดงาม ดนตรีที่เปี่ยมชีวิต เครื่องแต่งกายที่ประณีต และกระบวนการถ่ายทอดจากครูสู่ศิษย์ที่ผูกพันกันมาหลายชั่วอายุคน เมื่อองค์การยูเนสโกประกาศขึ้นทะเบียนโนราเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จึงเป็นทั้งเกียรติภูมิและความรับผิดชอบของพวกเราทุกคน ในการรักษามรดกนี้ให้ดำรงอยู่อย่างมีชีวิต ไม่ใช่เพียงเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมโนราห์ปกาสัยแห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม ของอำเภอเหนือคลอง และจังหวัดกระบี่ เป็นพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้ฝึกฝน และภูมิใจในรากเหง้าของตน เป็นเวทีให้ศิลปินได้แสดงฝีมือและเป็นจุดหมายที่เชื่อมนักท่องเที่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้ชุมชนและต่อยอดโนราสู่การเป็นซอฟเพาร์เวอร์ ของประเทศไทย ตนขอชื่นชมชมรมอนุรักษ์โนราปกาสัย และผู้ที่เกี่ยวข้องและที่เล็งเห็น ความสำคัญสนับสนุนให้จัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์โนราปกาสัย และได้สืบสานเจตนารมณ์ของครูโนราฉลวย ประดิษฐ์ศิลป์และคณะ ผลสำเร็จในวันนี้เกิดจากพลังของหลายภาคส่วนจนเกิดเป็นศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมโนราห์ปกาสัยแห่งนี้ขึ้น ความร่วมมือเช่นนี้คือหัวใจสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันสนับสนุนศูนย์แห่งนี้ให้เสียงกลองและท่ารำโนราปกาสัยก้องไกลไปทั่วประเทศและก้าวสู่เวทีโลกตามที่ตั้งใจไว้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *